กิจกรรมและข่าวสาร

พัฒนาการของเด็ก เป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆในการดูแลลูกน้อยของท่านใช่ไหมค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าพัฒนาการที่ดีของเด็กนั้น จะส่งผลต่ออนาคตของลูกน้อยให้มีทั้งสุขภาพที่แข็งแรงและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับช่วงเทศกาลวันเด็กปีนี้ โครงการบ้านอยู่สบาย จึงขอเสนอวิธีการตกแต่งบ้านที่เหมาะสมต่อพัฒนาการของเด็ก เพื่อให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเสริมพัฒนาการที่ดีให้แก่ลูกน้อยของท่านคะ

 

  1. บรรยากาศภายในห้อง

ห้องที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กนั้น ควรจะมีหน้าต่างหรือช่องสำหรับถ่ายเทอากาศ เพื่อให้อากาศภายในห้องถ่ายเทได้สะดวก เพราะหากภายในห้องมีออกซิเจนน้อย จะส่งผลให้ Growth Hormone หลั่งน้อย ทำให้ทุกเช้าเด็กๆจะไม่สดชื่นและเกิดการอ่อนเพลียได้ค่ะ

  1. แสงสว่างภายในห้อง

นอกเหนือจากแสงไฟที่เราได้ติดตั้งไว้ภายในห้องแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ควรที่จะเปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงแดดภายนอกได้เข้ามาฆ่าเชื้อและความอับชื้นภายในห้องด้วย แต่อย่าลืมที่จะเตรียมผ้าม่านเพื่อกั้นแสงรบกวนภายนอกเวลาที่เด็กๆนอนหลับพักผ่อนด้วยนะคะ เพื่อให้พวกเค้าได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ไม่มีแสงภายนอกรบกวนค่ะ

 

  1. ความปลอดภัย

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ เพราะภายในห้องอาจมีจุดที่ทำให้เกิดอันตรายต่อลูกน้อยได้ คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะตรวจสอบภายในห้องให้เรียบร้อยว่ามีจุดที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือไม่ เช่น ตามพื้น ผนัง ปลั๊กไฟ และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้อง ว่าอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ลูกน้อยได้ค่ะ

 

  1. เฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก

อย่าลืมนะคะว่าอุปกรณ์ตกแต่งบ้านนั้นได้มีการออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมต่อผู้ใช้งาน และเด็กๆเองก็จำเป็นที่จะต้องใช้งานอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่เหมาะสมเช่นกัน คุณพ่อคุณแม่จึงควรที่จะมองหาเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมกับลูกน้อยของท่าน เช่น ชุดโต๊ะเขียนหนังสือ เก้าอี้ เตียงนอน และของตกแต่งภายในห้อง ที่จะทำให้เด็กๆ สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมและเต็มประสิทธิภาพ และอย่าลืมตรวจสอบเรื่องของวัสดุที่นำมาผลิตด้วยนะคะ ว่ามีความสะอาด ปลอดภัย ต่อลูกน้อยหรือไม่ค่ะ

 

 

  1. การเลือกใช้สีสัน

สีภายในห้องนั้นส่งผลต่อลูกน้อยเป็นอย่างมาก เพราะมีผลต่อพัฒนาการของเด็ก ความคิดสร้างสรรค์ สมาธิ โดยในปัจจุบันนั้นได้นิยมการเลือกใช้หลักการ 60-30-10 ในการตกแต่งห้อง ซึ่งหมายถึงการ การแบ่งสัดส่วนสีทั้ง 3 ให้เป็นอัตรา 60-30-10 เพื่อให้เกิดมิติและความสวยงาม เช่น การใช้สีอ่อน 60% สีกลาง 30% และสีเข้ม 10% โดยคุณพ่อคุณแม่ควรเลือกใช้สีที่มีความสดใส สบายตา ซึ่งจะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีและเกิดความสวยงามค่ะ

  1. พื้นที่สำหรับเด็ก

เด็กทุกคนนั้นจะมีความรู้สึกอยากมีความเป็นส่วนตัวเป็นพื้นฐานตั้งแต่กำเนิด ผู้ปกครองควรที่จะจัดสรรพื้นที่ภายในห้องให้เหมาะสมสำหรับกิจกรรมที่เขาสนใจ มีความเป็นส่วนตัวและสามารถใช้สมาธิได้เต็มที่ เช่นการจัดโต๊ะเล็กๆ ไว้ที่มุมห้องสำหรับอ่านหนังสือ หรือ มุมสำหรับวาดภาพพร้อมอุปกรณ์วาดเขียน ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เด็กสามารถมีสมาธิต่อกิจกรรมของเขาและเกิดสมาธิต่อการทำกิจกรรม ซึ่งส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาการของสมองค่ะ

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้แก่มนุษย์อย่างประเมินค่ามิได้ ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในชีวิตของเรา ซึ่งในวันที่ 4 ธันวาคม ของทุกปี ได้มีการกำหนดให้เป็น วันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อให้ประชาชนชาวไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญ ปัญหา และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่คู่ประชาชนชาวไทยตลอดไป วันนี้หมู่บ้านอยู่สบาย จึงขอนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของวันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งมีความน่าสนใจและสำคัญเป็นอย่างยิ่งค่ะ

โดยในวันที่ 4 ธันวาคม 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าถวายพระพร เนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัยพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โดยมีใจความสำคัญในเรื่องของสถานการณ์และปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในและต่างประเทศ ด้วยสายพระเนตรที่กว้างไกล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช จึงได้ตรัสเตือนให้พสกนิกรตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และการร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยและโลกของเรายังคงไว้ซึ่งความสมดุลทางธรรมชาติและรักษาสภาพแวดล้อมไว้อย่างดีที่สุด

จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช จึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของปัญหา เกิดเป็นการริเริ่มโครงการอนุรักษ์ และพัฒนาทางด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

จนกระทั่งในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2534 คณะรัฐมนตรี ได้มีการประชุมและมีมติเห็นชอบให้ วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย ต่อมาในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2550 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ วันที่ 4 ธันวาคม เป็นวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ อีกวาระหนึ่ง

โดยในปี 2560 นี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้มีการจัดงานวันสิ่งแวดล้อมไทย และวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ ประจำปี 2560 ภายใต้แนวคิด “สืบพระราชปณิธาน สานใจรักษ์สิ่งแวดล้อม” โดยมีการจัดงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในส่วนกลางได้มีการจัดงานขึ้นในวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และส่วนภูมิภาค ในวันที่  9 – 11 ธันวาคม 2560 ณ สวนสัตว์นครราชสีมา ซึ่งภายในงานจะประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสภาพแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ รวมถึงนิทรรศการที่น่าสนใจมากมาย

ในโอกาสนี้ โครงการบ้านอยู่สบาย จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ ที่ทางกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้จัดขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ให้อยู่คู่กับประชาชนชาวไทยตลอดไปนะคะ

 

สถาปัตยกรรมยุคใหม่ จะเน้นการออกแบบที่เรียกว่า Cleanlines แต่บางคนก็ไม่ค่อยชอบสไตล์แบบนี้มากนัก เพราะรู้สึกว่า มันดูไม่ค่อยอบอุ่นเท่าไหร่ แต่ในเมื่อลักษณะโดยรวมของบ้านสไตล์โมเดิร์นไปแล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ นักออกแบบแนะนำว่า เราสามารถสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับโมเดิร์นได้ ด้วยการผสมผสานความเป็นวินเทจเข้าไป เช่น การเลือกเฟอร์นิเจอร์วอลล์เปเปอร์ หรือการสร้างมุมอบอุ่นในบ้าน หรือการใช้ดีไซน์ที่ดูแล้วสนุกสนานเข้าไปตกแต่ง
ใครที่กำลังหาจะแต่งบ้านแนวนี้อยู่ สามารถนำไอเดียต่อไปนี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์นของคุณได้ไม่ยา

1.ห้องนั่งเล่น ใช้โทนสีอ่อน จัดวางทั้งโซฟาโทนสีเหลือง และเก้าอี้พักผ่อนโทนสีเข้ม ใช้โต๊ะค๊อกเทลเป็นโต๊ะกลาง พร้อมวางตู้หนังสือสีโอ๊ค ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และมีพรมซึ่งเลือกใช้เป็นเนื้อไฟเบอร์สีอ่อน

2.สร้างมุมอบอุ่นส่วนตัวที่ดูเรียบง่าย เป็นส่วนหนึ่งของห้องนั่งเล่น เหมาะสำหรับนั่งอ่านหนังสือ โดยเลือกเก้าอี้สไตล์วินเทจ มาจัดวางกับโต๊ะข้างสักตัว ก็ทำให้ห้องรู้สึกน่าสบายมากยิ่งขึ้น

3.มุมสงบอีกมุมหนึ่ง โซฟาสีขาวโครงไม้ เป็นชุดเฟอร์นิเจอร์วินเทจทั้งหมด เข้ากันได้ดีกับพื้นไม้ และผนังห้องโทนสีขาว

4.ห้องครัวตกแต่งด้วยกระจก เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำ ท็อปหินอ่อน ส่วนตัวตู้และโต๊ะเก้าอี้นั้น เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ เพิ่มความคลาสสิกให้กับลุ๊คโดยรวม ด้วยอุปกรณ์ ในช่วงต้นยุค 20 ทั้งตู้ ลิ้นชัก ชั้นวางของ

5.ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ที่ใช้ หากเลือกแนวคลาสสิก ก็จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ ให้กับบ้านแนวทันสมัยได้เช่นกัน

6.การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินในห้องนอนใหญ่ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอย และยังทำให้ดูสวยงาม เรียบร้อย เพิ่มเติมด้วยเก้าอี้นั่งสบายสไตล์วินเทจ

7.ห้องน้ำก็เป็นการผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับสีขาว และเนื้อไม้ ที่ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ

8.พวกรูปภาพหรืองานศิลปะ ก็สามารถนำมาจัดวางได้ในทุกห้อง แต่ควรเลือกชิ้นงานที่เป็นไปในโทนเดียวกัน

9.ดีไซน์งานศิลปะ รูปทรง ลายเส้น สามารถนำมาเพิ่มสีสันในการตกแต่งได้เช่นกัน

10.เตียงนอนที่ดูอบอุ่นก็สำคัญเช่นกัน อาจจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ผสมผสานกันได้ ไม่ว่าจะเป็นผิววัสดุ ลวดลายบนผ้าปูที่นอน หมอน ม่าน พรม

11.หากมีห้องน้ำขนาดเล็ก สามารถทำให้เป็นจุดสนใจได้ ด้วยดีไซน์ที่แตกต่าง

12.ดีไซน์ที่เป็นลักษณะของดวงดาว แสงดาวก็สร้างความอบอุ่นได้ อาจจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างโคมไฟ กับผนังห้อง หรืออุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ

13. การเลือกพรมก็มีควมสำคัญเช่นกัน การทำให้บ้านดูอบอุ่น สบาย ๆ พรมต้องให้ความรู้สึกนุ่มนวล

14.สำหรับห้องที่จะเป็นห้องสำหรับเด็ก ห้องดูหนัง ฟังเพลง ห้องที่จะมีเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้ หรือจิบไวน์ ต้องเลือกวัสดุและเนื้อผ้า พื้นผิว และโซฟา หรือแม้กระทั่งผนังที่ทนทาน

15. ระเบียง เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่ทำให้บ้านดูอบอุ่นน่าอยู่มากขึ้น ควรเลือกวัสดุที่ทำมาเพื่อการใช้งานนอกบ้านโดยเฉพาะ

16.สวนก็สร้างสีสันและบรรยากาศให้กับบ้านได้มาก เราสามารถเลือกจัดได้หลายแบบหลายสไตล์ จะลองเล่นระดับแบบในตัวอย่างนี้ก็ได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.sfgate.com

ขอบคุณภาพประกอบจาก : Babbaan.in

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก http://home.sanook.com/11485/

ใครหลายๆ คนอาจเป็นเหมือนๆ กันนั่นคือหลังเลิกงานพอกลับถึงบ้านก็ล้มตัวลงนอน โดยลืมไปว่าหมอนที่คุณวางศีรษะลงไปนั้นซึมซับอะไรไว้บ้าง ทั้งน้ำมันจากผิวของคุณ เครื่องสำอาง เจลใส่ผม สเปรย์ฉีดผม สิ่งเหล่านี้ล้วนสะสมอยู่ที่ปลอกหมอน แต่ที่น่ากังวลกว่านั้นคือเรามักจะทำความสะอาดปลอกหมอนแบบผิดๆ ด้วยการโยนปลอกหมอนลงไปในเครื่องซักผ้า มาดูกันว่าวิธีทำความสะอาดปลอกหมอนที่จะช่วยคุณให้การทำความสะอาดหมอนที่มีคราบสกปรกเหล่านี้ กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ มีแค่ 4 วิธีต่อไปนี้

1.นำน้ำมะนาวบีบลงบนบริเวณที่เลอะคราบ

2.ถูน้ำมะนาวลงไปให้ทั่วบริเวณ เหมือนกับการใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบก่อนการซักผ้าทั่ว ๆ ไป

3. ใช้แปรงขัดจุดที่เปื้อน เพื่อให้น้ำมะนาวซึมลงไปในเนื้อผ้า หรือหากไม่มากนักอาจจะใช้นิ้วถูก็ได้เช่นกัน

4. นำปลอกหมอนนั้นไปซักตามวิธีปกติ

แม้จะมีวิธีแก้ไข ขจัดคราบสกปรกออกจากปลอกหมอนได้ แต่หากเรารู้เทคนิคอีกสักเล็กน้อย ก็จะช่วยลดขั้นตอนและทำให้เรื่องของการทำความสะอาดเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ดังนี้

–    ป้องกันการเกิดคราบสกปรกบนปลอกหมอนด้วยการซักปลอกหมอนทุกสัปดาห์

–    ต้องเข้าใจว่า คราบมันที่สะสมอยู่บนปลอกหมอนนั้น สามารถมาติดอยู่บนหน้าของคุณได้ และยังเป็นสาเหตุให้เกิดผิวมันและเป็นสิว ดังนั้น เราควรจะซักปลอกหมอนบ่อย ๆ

–    ก่อนซัก ให้แช่ปลอกหมอนในน้ำ ผสมน้ำมะนาวสักพัก จะช่วยขจัดคราบออกได้

–    หลังจากผ่านการแช่ หรือถูด้วยมะนาวแล้ว ปลอกหมอนก็จะมีกลิ่นมะนาว ติดอยู่หลังจากการซัก ถ้าหากคุณไม่ชอบกลิ่นมะนาว วิธีการนี้ อาจจะไม่เหมาะสำหรับคุณ

–    วิธีการนี้ ยังไม่เคยมีการทดสอบกับปลอกหมอนสีขาว แต่หากเป็นปลอกหมอนสีอื่น พบว่า ไม่มีคราบ หรือสีของน้ำมะนาวเหลือติดอยู่ หากปลอกหมอนของคุณเป็นสีขาว แนะนำให้ลองใช้กับผ้าอื่นก่อน

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : wikihow

ภาพประกอบ : istock

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก http://home.sanook.com/11593/

ใครกำลังคิดจะตกแต่งผนังห้อง แต่ไม่อยากจ่ายแพง เรามีวิธีที่จะช่วยคุณตกแต่งได้ด้วยตัวคุณเอง และรับรองว่าสวยถูกใจ ไม่แพ้การเลือกโดยมืออาชีพเลย เพียงทำตามขั้นตอนง่าย ๆ  7 ขั้นตอนต่อไปนี้

1.    เริ่มจากการคิดก่อน ว่าเราต้องการให้ภาพรวมของผนังห้องของเรานั้นเป็นสีอะไร หรือหลังการตกแต่ง ปรับปรุงแล้ว ต้องการให้มันออกมาเป็นโทนสีไหน หากคุณยังไม่มั่นใจ ให้เริ่มจากการเลือกสีที่คุณชอบมา 2 สี และเลือกสีผนังห้องมาอีก 1 สี ก็จะมีทั้งหมด 3 สีด้วยกัน นั่นเป็นสีที่จะออกมาเป็นภาพรวม เช่น คุณอาจจะเลือกผนังห้องสีแทน และสีที่คุณชอบอีก 2 สีคือ สีฟ้า และสีทอง

2.    ใช้สีทั้ง 2 นั้น เป็นแนวทางในการเลือกภาพวาด ซึ่งก็จะมีการเลือกใช้สีเพิ่มอีก 2-3 สี

3.    ลองเข้าไปดูในออนไลน์ เข้าไปดูตัวอย่างผลงานหลาย ๆ ตัวอย่าง วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด ทำให้คุณไม่ต้องเดินทางไปดูหลายที่หลายร้าน

4.    การได้ดูตัวอย่างงานของคนอื่น จะให้มุมมองที่ดีสำหรับคุณ ทำให้คุณรู้ว่า ตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

5.    ลองค้นข้อมูลใน google เพื่อหาร้าน และเปรียบเทียบชิ้นงานและราคาจากหลาย ๆ ที่ จนคุณคิดว่า ได้ราคาที่เหมาะสมแล้ว

6.    เมื่อคุณเจอภาพที่ต้องการ สีสันเป็นไปตามที่วางแผน ราคาเหมาะสม คุณก็ซื้อได้เลย

7.    จากนั้นก็มาตกแต่งส่วนอื่น ๆ ในห้องให้ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นหมอนอิง เชิงเทียน แจกัน และอุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ ที่คุณชอบ

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : wikihow

ภาพประกอบ : istock

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก http://home.sanook.com/11597/

อีกไม่กี่วันจะผ่านพ้นปี 2016 และเข้าสู่ปี 2017 ใครที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย คงคิดเตรียมปรับฮวงจุ้ยบ้านและสำนักงานให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงกันแล้วในปี 2017 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ทิศตะวันออก จะเป็นทิศที่ดีมากในการที่จะรับพลังฮวงจุ้ย เพื่อดึงดูดโชคลาภ และความมั่งคั่งร่ำรวย ดังนั้น เราจึงต้องเตรียมตกแต่งทิศตะวันออกของบ้าน ดังนี้

-ตกแต่งทิศตะวันออกของบ้านหรือสำนักงานด้วยสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง เช่นเหรียญจีน ต้นไม้ประดับอัญมณี กบคาบเงิน เป็นต้น และจะยิ่งเป็นการดี หากคุณเก็บเงินทอง ทรัพย์สินของบ้านหรือสำนักงานไว้ในทิศนี้

-ใช้การตกแต่งในโทนสีที่สื่อถึงธาตุดินให้มาก ธาตุไฟให้น้อย เช่นเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้ แทนพวกโลหะและอาจจะสีเลือกโทนสีเหลืองทอง เพื่อแสดงถึงความร่ำรวย

-เปิดรับพลังงานให้ผ่านเข้าบ้าน หรือสำนักงานมาทางทิศตะวันออก จัดแต่งบริเวณดังกล่าวให้สะอาดเรียบร้อย เพื่อให้พลังงานที่ผ่านเข้ามาเป็นพลังงานที่สดชื่น ไหลผ่านได้สะดวก นำความสุขมาให้

-พยายามดูแลบริเวณทิศตะวันออก ให้มีความเงียบสงบ ตลอดทั้งปี 2017 อาจจะมีการนำน้ำเกลือมาไว้ในบริเวณดังกล่าว เพื่อเป็นเคล็ดด้วย

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : fengshui.about.com

ภาพประกอบ : istock

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก http://home.sanook.com/11609/

 

นักออกแบบตกแต่งภายใน Sherwin Williams ซึ่งเป็นผู้นำในเรื่องสีของสหรัฐอเมริกา ได้ทำนายโทนสีแต่งบ้าน ที่จะมาแรงในปี 2017 ที่กำลังจะมาถึงว่า จะเป็นปีของ 4 โทนสี ต่อไปนี้

Intrepid

ปัจจุบันนี้หลาย ๆ สิ่งได้ผสมกลมกลืนเข้าหากัน ไม่ว่าจะเป็นโลกเสมือนจริง กับโลกแห่งความเป็นจริง บ้านและสำนักงานก็กลายมาเป็นสถานที่เดียวกันที่เรียกว่า ทุกสถานที่เป็นที่ทำงานได้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกนั้น ทำให้เราต้องค้นหาตัวเอง แสดงความเป็นตัวเองออกมา และชื่นชมกับสิ่งที่เป็นตัวเอง เมื่ออารมณ์มาในแนวนี้ โทนสีแรงอย่าง Intrepid จึงจะเข้ามามีบทบาทในการตกแต่งบ้าน หรืออาคารสถานที่ ที่บ่งบอกตัวตน แสดงถึงพละกำลัง ซึ่งต้องเป็นโทนสีที่ให้ความคึกคะนอง เจิดจ้า และมีชีวิตชีวา

Noir
เป็นสีโทนมืด เปรียบเสมือนที่หลบเร้นจากแสงไฟ หรือความวุ่นวายแสงสี โทนสี Noir นี้ ช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณได้ดี แถมยังให้ความรู้สึกโรแมนติกแบบยุคกลาง มีความลงตัวระหว่างความหวานกับความขม นอกจากนี้ ยังสร้างความรู้สึกสง่างามไปในตัว สีโทนนี้ได้แก่ สีไวน์ สีฟ้านอร์ดิค สีเหลืองทอง เป็นต้น

Unbounded
ในยุคโลกไร้พรมแดน เช่นในปัจจุบันนี้ สีสันและการดีไซน์ ก็ได้มีการปรับเปลี่ยน ให้สามารถเข้าถึงคนจำนวนมากแบบไร้พรมแดนเช่นกัน และสีสันที่สามารถเข้าถึงได้ทุกมุมโลก ก็ได้แก่โทนสี Unbounded ซึ่งได้แก่ สีมัสตาร์ด สีฟ้าท้องทะเล รวมไปถึงสีของถ่านหิน และโคลน

Holistic
ด้วยสภาพชีวิตของคนยุคใหม่ ที่ไร้ขีดจำกัด ทุกสิ่งทุกอย่างมีความเป็นไปได้เสมอ ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ เราต้องการความดูดี เสาะแสวงหาความหรูหรา ในราคาที่เป็นธรรม แนวการดำเนินชีวิตแบบนี้ จึงไปได้ดีกับโทนสี Holistc ซึ่งเป็นสีธรรมชาติ และเป็นกลาง เช่นสีชมพูอ่อนปนน้ำตาล สีเทาธรรมชาติ เป็นต้น

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : http://decor8blog.com

ภาพประกอบ : istock

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก http://home.sanook.com/11529/

อีกไม่กี่วันก็ใกล้ถึงปีใหม่ นอกจากแผนการเดินทางช่วงวันหยุดยาวแล้ว สิ่งสำคัญที่ อยากให้ทุกคนใส่ใจเป็นพิเศษก็คือเรื่องระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ที่เจ้าของบ้านหลายๆ คนมักหลงลืมกันบ่อยๆ มาดูกันว่าก่อนจะปิดบ้านในช่วงปีใหม่ มีเรื่องเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าอะไรบ้างที่ต้องเช็คให้ถี่ถ้วน

วางแผนปิดบ้านก่อนเดินทาง

1.ระบบไฟฟ้า – เช็คระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น สายไฟเก่า  ชำรุด ฉนวนฉีกขาด แม้จะพันเทปพันสายไฟเอาไว้ ก็ควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขณะที่เราไม่อยู่บ้าน ควรตรวจเช็คสภาพตู้ไฟฟ้าว่ายังอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ เช่น ไม่มีจุดชำรุด แตกหัก ไม่มีสิ่งสกปรก บางบ้านอาจยังใช้คัทเอาท์รุ่นเก่ายิ่งควรตรวจเช็คสภาพให้ดี เพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้น และไม่มีใครอยู่บ้านอาจเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ได้

2.ปลั๊กที่ใช้พ่วงอุปกรณ์ – ไม่ควรเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้กับปลั๊กรางหรือปลั๊กพ่วง ยิ่งหากเป็นแบบที่ไม่ได้มาตรฐานด้วยแล้วยิ่งต้องระวังให้มาก เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดไฟกระชากหรือไฟช็อตเมื่อไร ถ้าจำเป็นต้องต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรต้องซื้อ “ปลั๊กกันไฟกระชาก” มาใช้จะดีกว่า โดยควรเลือกแบบที่มีสวิตช์ เปิด-ปิด ตัวเดียวจะป้องกันได้ดีกว่าแบบมีสวิตช์จำนวนมาก เต้าเสียบต้องแน่น ควรเลือกแบบที่กันไฟกระชาก 10 เท่า วัสดุต้องผลิตจากวัสดุไม่ลามไฟ (ABS) จึงจะวางใจได้

3.ตู้เย็น – เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เก็บอาหารสดเอาไว้ ควรพยายามจัดการให้หมดก่อนจะไม่อยู่บ้าน เพราะเมื่อเกิดไฟดับระหว่างไม่อยู่บ้าน กลับมาอาจต้องล้างตู้เย็นกันยกใหญ่เป็นแน่ อีกข้อหนึ่งเพื่อเป็นการปกป้องตู้เย็นไม่ให้เสียหายจากไฟกระชาก คือการใช้ปลั๊กป้องกันไฟกระชากมาต่อตรงกับปลั๊กไฟของบ้าน และให้ตู้เย็นต่อพ่วงจากปลั๊กกันไฟกระชากอีกที จะช่วยยืดอายุการใช้งานของตู้เย็นได้

4.ระบบรักษาความปลอดภัย – ตรวจสอบสัญญาณกันขโมย รวมไปถึงระบบกล้อง IP Camera (กล้องที่สามารถดูผ่านเครือข่ายไร้สายได้) ระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ควรให้มั่นใจว่ายังสามารถใช้งานได้อยู่ และสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเราได้ตลอดเวลา

5.จัดการอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ – ทีวี อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่ไม่จำเป็นควรถอดปลั๊กออกทุกครั้งที่ไม่ใช้งาน เพราะหากเราไม่ถอดออก เครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะยังมีไฟเลี้ยงอ่อนๆ อยู่ ถึงแม้ว่าอาจหมายถึงค่าไฟฟ้าเพียงจำนวนน้อยนิดก็ตาม แต่หากเป็นเหมือนกันทุกบ้าน ประเทศในภาพรวมก็จะสูญเสียพลังงานมากมาย สู้เราช่วยชาติ ให้เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นดีกว่า

6.สร้างกลุ่มโซเชียลเพื่อนบ้าน –  เรามาสู่ยุคดิจิทัลกันแล้ว นอกจากการฝากบ้านไว้กับตำรวจ เราเองยังสามารถฝากบ้านไว้กับเพื่อนบ้านได้ โดยสามารถติดต่อผ่านทางสื่อโซเชียลต่างๆ อาทิ ทางไลน์ หรือ ทางเฟสบุค

7.ฝากบ้านไว้กับเทคโนโลยี – การใช้เทคโนโลยีโฮมออโตเมชั่น เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับบ้านขณะที่เราไม่อยู่ เช่น การตั้งเวลาหรือสั่งเปิด/ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นสัญญาณว่ามีคนอยู่บ้าน เช่น การตั้งเวลาเปิด/ปิดไฟ ให้สว่างในบางจุด เป็นกลลวงให้โจรคิดว่าเราอยู่บ้าน ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถทำได้ รวมไปถึงยังมีอุปกรณ์ไฮเทคเช่นอุปกรณ์รดน้ำสนามหญ้าอัตโนมัติ ให้อาหารปลาอัตโนมัติ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้

วางแผนล่วงหน้าไว้แบบนี้ก็ทำให้คุณสามารถทิ้งบ้านไปเที่ยวหรือพักผ่อนในช่วงปีใหม่ได้อย่างสบายใจแล้ว

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

ภาพ : istock

สาระดีๆจาก http://home.sanook.com/11709/

คุณแม่บ้านหลายคนที่มีลูกน้อยคงจะปวดหัวกับภาพวาดและลวดลายต่าง ๆ ที่ลูกน้อยละเลงแต่งแต้มสีสันบนผนังบ้าน ก็ผนังบ้านที่อุตส่าห์ทะนุถนอมอย่างดีกลับต้องมาเปรอะเปื้อนสกปรกอย่างนี้ แต่เราสามารถขจัดคราบดินสอสีให้หมดเกลี้ยงออกจากผนังได้ด้วยการใช้อุปกรณ์ง่าย ๆ เหล่านี้

ไดร์เป่าผมและน้ำยาล้างจาน ตัวช่วยแรกเป็นอุปกรณ์ที่สามารถหาได้ง่าย ๆ ภายในบ้านโดยใช้ความร้อนจากไดร์เป่าผม เป่าบริเวณผนังที่มีคราบดินสอสีติดอยู่ จากนั้นใช้ผ้าชุบนน้ำยาล้างจานเช็ดจนรอยจางลง แต่ถ้ายังเห็นคราบเปื้อนอยู่ก็สามารถใช้น้ำยาล้างจานมาเช็ดเพิ่มได้

น้ำมันเอเนกประสงค์ น้ำมันอเนกประสงค์ หรือ WD-40 ที่ช่างลับมีดรู้จักกันดีเรียกได้ว่าเป็นน้ำมันสารพัดประโยชน์กันเลยทีเดียว โดยฉีดน้ำมันอเนกประสงค์ในปริมาณที่พอเหมาะลงบนคราบดินสอสีเพราะสารเคมีอาจทำอันตรายสำหรับคนที่แพ้ได้ จากนั้นใช้กระดาษทิชชูมาเช็ดตามคราบเปื้อน แต่ถ้าคราบเปื้อนยังเหลืออยู่ก็ให้ซ้ำจนกว่ารอยนั้นจะจางหายไป

ฟองน้ำ ฟองน้ำเป็นอุปกรณ์ที่สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เกตทั่วไป และยังสามารถนำมาทำความสะอาดคราบดินสอสีบนผนังได้ เพียงนำฟองน้ำมาถูบนคราบเปื้อนจนกว่ารอยนั้นจะจางไปแต่ถ้ายังไม่จางสามารถใส่น้ำยาล้างจานแล้วนำไปถูกับคราบเปื้อนก็ได้

แปรงสีฟัน แปรงสีฟันไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำความสะอาดฟันเท่านั้นแต่ยังสามารถนำมาขจัดคราบดินสอสีได้ เพียงนำแปรงสีฟันเก่าที่ไม่ได้ใช้งานมาทำความสะอาดหรือน้ำยาล้างจาน แล้วนำไปขัดบริเวณคราบเปื้อนจนรอยจางหายไป

เบคกิ้งโซดา เบคกิ้งโซดาเป็นวัตถุดิบที่ใช้ทำขนม แล้วยังสามารถนำมาใช้ขจัดคราบดินสอสีบนผนังได้ โดยการนำแปรงสีฟัน ฟองน้ำหรือผ้าที่ไม่ใช้แล้วมาชุบเบคกิ้งโซดาเช็ดบริเวณคราบเปื้อนจนรอยจางลง

มายองเนส หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่ามายองเนส ซอสสีเหลืองนวลเนื้อเข้มข้นที่มักจะใช้รับประทานร่วมกับสลัด ยังสามารถนำมาลบคราบดินสอสีบนผนังได้ โดยนำมายองเนสมาถูบริเวณคราบเปื้อนบนผนัง จากนั้นใช้
ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดบริเวณคราบเปื้อนจนกว่ารอยนั้นจะจางหายไป

ยางลบ  เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่สามารถหาได้ง่ายในบ้าน เพียงนำยางลบมาลบคราบดินสอสีบนผนังบ้านจนกว่าคราบเปื้อนนั้นจางลง จากนั้นให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาล้างจานมาเช็ดบริเวณนั้นอีกครั้ง เพื่อให้คราบเปื้อนหายไป

ฝอยขัดหม้อ ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดภาชนะภายในครัวเรือนเท่านั้น แต่เรายังมาทำความสะอาดคราบดินสอสีบนผนังได้โดยนำฝอยขัดหม้อมาขัดคราบเปื้อนไปในทิศทางเดียวกัน แต่อย่าขัดแรง เพราะอาจจะทำใหผ้นังเกิดรอยด่างต่างๆ จนต้องเสียเงินทาสีผนังบ้านใหม่เลยก็ได้

น้ำส้มสายชู เป็นเครื่องปรุงที่ทุกบ้านมีไว้เพื่อใช้ปรุงอาหาร แล้วยังสามารถนำมาขจัดคราบดินสอสีให้หมดไปจากผนังบ้านได้เพียงแค่นำแปรงสีฟันชุบส้มสายชูเล็กน้อยแล้วนำมาขัดบริเวณคราบเปื้อนจากนั้นใช้น้ำสะอาดล้างออก ผนังบ้านของ
คุณก็จะกลับมาสะอาดอีกครั้งแล้ว

เบบี้ออยล์ เป็นน้ำมันสำหรับทาผิวเด็กและดูแลสุขภาพผิวสำหรับใครหลายคน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทำความสะอาดคราบดินสอสีได้ โดยนำผ้าสะอาดมาชุบกับเบบี้ออยล์แล้วนำมาเช็ดบริเวณคราบเปื้อนเบา ๆ จนรอยนั้นจางลงเพียงเท่านี้ก็ทำให้ผนังบ้านของคุณสะอาดเหมือนใหม่อีกครั้ง

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : แม่บ้าน

ภาพ : แม่บ้าน

สาระดีๆจาก : http://home.sanook.com/11673/