แม่จ๋า ผ้าหอมจัง มาดูวิธีซักผ้าให้หอมเหมือนแม่มาซักให้

หลาย ๆ คนคงเคยประสบปัญหาซักผ้าแล้วไม่หอมกันใช่ไหมคะ ซึ่งการซักผ้าให้หอมนั้นก็มีเทคนิควิธีการง่าย ๆ เพียงแค่เราจับจุดให้ถูกเท่านั้นเอง มาดูกันเลยดีกว่าว่าเทคนิคจะมีอะไรบ้าง ที่ทำให้เสื้อผ้าของเรากลิ่นหอมติดทนนานเหมือนแม่มาซักให้เลย

1.แยกผ้า

นี่คือขั้นตอนแรกและขั้นตอนที่สำคัญมากของการซักผ้าให้หอม เราควรแยกประเภทเสื้อผ้าก่อนซักทุกครั้ง โดยแยกเป็น ผ้าขาว ผ้าสี ผ้าหนา ผ้าบาง ชุดชั้นใน ถุงเท้า ห้ามซักรวมกันเด็ดขาด เพราะแต่ละประเภทมีการใช้งานไม่เหมือนกันจึงมีสิ่งสกปรกที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ไม่เท่ากัน เวลาซักการซึมซับความหอมของผ้าแต่ละชนิดจึงไม่เท่ากันไปด้วย

2.ซักผ้าบ่อยขึ้น

ผ้าชิ้นไหนที่เราใส่บ่อย ๆ หรือใส่ทำกิจกรรมที่ทำให้เลอะ มีเหงื่อ และคราบไคล เมื่อถอดแล้วควรซักทันทีหรือแยกออกจากผ้าอื่น ๆ เพื่อไม่ให้กลิ่นติดอยู่ที่ผ้านานจนเกิดแบคทีเรียสะสม ถ้าเป็นอย่างนั้นจะยิ่งทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับและเหม็น ซักเท่าไรก็ไม่หอม

3.ซักมือ

วิธีการเบสิกสุด ๆ ที่ใช้มาเนิ่นนานและได้ผลมาก การซักผ้าด้วยมือนั้นเราจะสามารถกะปริมาณเสื้อผ้าที่ซักได้ ได้สัมผัสผ้าอย่างตรงจุดทำให้ขจัดสิ่งสกปรกออกไปและผลิตภัณฑ์ซักผ้าและปรับผ้านุ่มทำงานได้ดีขึ้น แต่ใครที่ไม่สะดวกซักมือหรือไม่มีเวลาจริง ๆ ต้องซักด้วยเครื่องก็ต้องกะปริมาณผ้าที่ซักแต่ละครั้งไม่ให้มากเกินไป เพราะถ้าผ้าแน่นเกินไปเครื่องจะปั่นได้ไม่ทั่วถึง เมื่อผ้าไม่สะอาดซักยังไงก็ไม่หอมนะ

4.ใช้ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรแอนตี้แบคทีเรีย

ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มให้เราเลือกมากมายทั้งระดับความเข้มข้น ความหอม มีกลิ่นให้เลือกเยอะมาก ถ้าเราอยากได้เสื้อผ้าที่มีกลิ่นหอมติดทนนานก็ลองเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นที่ชอบและเป็นสูตรแอนตี้แบคทีเรียด้วย เพราะสูตรแอนตี้แบคทีเรียมักจะมีส่วนผสมที่ปรับเพิ่มความหอมและสิ่งสกปรกที่สะสมบนผ้า ซึ่งขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปได้มากกว่าสูตรปกติ จึงช่วยทำให้เสื้อผ้าของเรามีกลิ่นที่หอมติดทน ใส่แล้วสดชื่น

5.ตากผ้าในที่อากาศถ่ายเท

การตากผ้าก็สำคัญนะ เราต้องตากในที่อากาศถ่ายเท มีแดดส่องถึง และลมพัดผ่านได้ แต่ต้องไม่ใช่แดดที่แรงจัดเพราะจะยิ่งดูดกลิ่นหอมออกจากผ้า ขั้นตอนที่เราทำมาก็จะสูญเปล่า และอย่าตากนานเกินไปเพราะจะทำให้ผ้าเสียคุณภาพได้ เทคนิคการตากผ้าให้หอม ๆ ก็คือ ตากในที่ที่มีอากาศถ่ายเท แดดกำลังพอดี และตากเพียง 2-3 ชั่วโมง ให้ผ้าแห้งก็เก็บได้เลย

6.ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า

เราต้องไม่ละเลยที่จะทำความสะอาดเครื่องซักที่เราใช้เป็นประจำ เครื่องซักผ้าก็เหมือนอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ไปนาน ๆ ก็ต้องมีความเสื่อมถอย มีกลิ่นอับที่ตกค้างในเครื่องได้ เราจึงต้องดูแลทำสะอาดเสมอ เพื่อให้เครื่องซักผ้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้ผ้าของเราหอมนาน วิธีทำความสะอาดเครื่องซักก็ง่ายนิดเดียวโดยใช้น้ำสำหรับล้างเครื่องซักผ้าโดยตรง หรือจะใช้วิธี D.I.Y. ด้วยน้ำส้มสายชู วิธีการก็คือ

– ใส่น้ำส้มสายชู 2 ถ้วยตวงลงในช่องใส่น้ำยาซักผ้า

-เปิดใช้งานเครื่องซักผ้า ตั้งค่าสูงสุด โดยใช้น้ำร้อน

– ใส่เบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง

-ซักซ้ำอีกรอบ

วิธีการง่าย ๆ แต่ช่วยรักษาทั้งเครื่องซักผ้าและผ้าของเราได้อย่างดีเลยล่ะ

7.ใช้น้ำส้มสายชู

วิธีนี้เหมาะกับสายออกกำลังหรือคนที่มีเหงื่อเยอะ เราจะใช้น้ำส้มสายชูเป็นตัวช่วยให้การซักผ้า โดยผสมน้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยตวงกับน้ำยาซักผ้า จะช่วยเจือจางกลิ่นอับบนเสื้อผ้าเราลงไปได้ แต่ถ้าใครกังวลมากหรือเป็นคนมีกลิ่นตัวให้ใช้น้ำส้มสายชูทาเฉพาะจุดที่ต้องการแช่ทิ้งไว้ก่อนแล้วค่อยซักก็ได้

8.ใช้กระดาษฟอยล์

เมื่อเราซักผ้าเสร็จแล้ว และต้องการปั่นแห้ง ถ้าอยากให้ช่วยลดกลิ่นอับได้ดีขึ้น ให้ใช้กระดาษฟอยล์เป็นตัวช่วย โดยปั้นกระดาษฟอยล์เป็นก้อนกลม ใส่ลงไปในเครื่องซักผ้า จะช่วยดูดกลิ่นอับและแบคทีเรียออกทำให้เสื้อผ้าเราสะอาดและหอม

เข้าร่วมการสนทนา

Compare listings

เปรียบเทียบ