top of page

เช่าห้อง vs ผ่อนบ้านเดี่ยว ชั้นเดียว จ่ายพอๆกันแต่คุ้มต่างกัน

16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

เคยเป็นไหมอยากจะติดสติ๊กเกอร์ตกแต่งห้อง หรือแม้แต่ Built-in เฟอร์นิเจอร์ต่างๆให้ถูกใจตัวเองแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ? แน่นอน ถ้าคุณเป็นแบบนี้เราคือพวกเดียวกัน เพราะผู้เขียนเองก็เช่าห้องอยู่ มีเหมือนกันนะที่ทุกครั้งเวลาอยากจะแต่งห้องก็คิดตลอดเลยว่า "ถึงเราทำไป ... พอย้ายออกห้องที่แต่งไปมันก็ไม่ใช่ของเราอยู่ดี"


เช่าห้อง vs ผ่อนบ้าน แบบไหนดีกว่ากัน

แต่พอคิดอีกมุมก็รู้สึกว่า เออ ... เราก็จ่ายค่าเช่าทุกเดือนอยู่แล้วนี่นา แล้วถ้าเปลี่ยนจากเงินที่จ่ายค่าเช่าทุกเดือนให้กับคนอื่น มาเป็นผ่อนบ้านซึ่งอาจจะเป็นของเราเองในสักวันล่ะ มันจะดีกว่าหรือเปล่า ?


สำหรับบทความนี้เราเลยอยากชวนทุกคนมาลองคิดกันเล่นๆว่า ระหว่าง เช่าต่อ กับ เริ่มผ่อนบ้าน แบบไหนมันจะเหมาะกับชีวิตของเรามากกว่ากัน แล้วถ้าวันหนึ่งจะเปลี่ยนจากเช่าเป็นเจ้าของบ้าน ต้องเตรียมตัวเรื่องอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูเนื้อหากันเลยดีกว่า !?


เช่าห้อง vs ผ่อนบ้าน ต่างกันตรงไหน ?

ถ้าเป็นแค่ที่พักอาศัย หลายๆคนอาจจะมองว่ามันไม่ค่อยต่างกันมาก เพราะยังไงก็ต้องจ่ายเงินสิ้นเดือน-ต้นเดือนอยู่ดี แต่ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆอย่าง จะบอกเลยว่าฟีลมันต่างกันมาก เช่น การเช่าห้องก็จะยืดหยุ่นกว่า ย้ายออกเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องรับผิดชอบเหมือนการซื้อบ้าน แต่มันก็มีสิ่งที่เราต้องแลกมาเหมือนกัน นั่นคือ ยอมรับว่าจะทำอะไรได้ตามใจ หรือ ต่อเติมไม่ได้ เพราะสุดท้ายห้องเช่านั้นก็จะกลายเป็นทรัพย์สินเจ้าของอยู่ดี


กลับกันถ้าเราผ่อนบ้าน หรือซื้อ บ้านเดี่ยว 1 ชั้น เอง เราก็จะมีอิสระมากขึ้น อยากทำอะไรก็ได้ อยากทาสี ติดชั้นวาง เจาะผนัง ต่อเติมสวน หรือจัดห้องให้เป็นแบบที่ตัวเองชอบก็สามารถทำได้ เพราะมันเป็นทรัพย์สินของเรา


ดูโครงการบ้านเดี่ยว 1 ชั้น : โครงการบ้านชั้นเดียว Estella


เรื่อง

เช่าห้อง 8,000/เดือน

ผ่อนบ้านเดี่ยว 8,000/เดือน

การเงิน & ทรัพย์สิน

  • จ่ายแล้วไม่ได้เป็นเจ้าของ

  • ค่าน้ำ-ไฟ แพง จ่ายเรทที่หอพักกำหนด

  • ค่าเช่ามีโอกาสขึ้น

  • จ่ายครบหมดแล้วเป็นเจ้าของ

  • ค่าน้ำ-ไฟถูก ขึ้นตรงกับการไฟฟ้า/ประปา

พื้นที่ & การใช้ชีวิต

  • พื้นที่จำกัด ส่วนใหญ่ 25-35 ตร.ม.

  • จอดรถลำบาก ต้องแย่งที่จอดกับคนอื่น

  • เสียงดัง ผนังติดกัน 4 ด้าน

  • บ้านพร้อมที่ดิน 50+ตร.วา มีสวน

  • จอดรถส่วนตัวในบ้านได้เลย

  • มีความเป็นส่วนตัวสูง ผนังไม่ติดกัน

ความอิสระ

  • ห้ามเจาะผนัง ตกแต่ง ห้ามรีโนเวท

  • ส่วนใหญ่ห้ามเลี้ยงสัตว์

  • ตกแต่งได้ Bult-in ได้ ทำตามใจได้

  • Pet-Friendly 100% มีพื้นที่กว้าง

ความคล่องตัว & ที่ต้องระวัง

  • ย้ายง่าย หมดสัญญาย้ายได้เลย

  • ไม่ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมใหญ่ๆ

  • ผูกมัดระยะยาว ต้องวางแผนดีดี

  • รับผิดชอบค่าซ่อมและค่าส่วนกลางเอง


แต่การมีบ้านเป็นของตัวเองก็ไม่ได้มีแค่ข้อดี เพราะมันมาพร้อมเงินดาวน์ ค่าโอนบ้าน ค่าดูแลรักษาบ้าน รวมถึงภาระผ่อนในระยะยาว

ซื้อบ้านมีค่าใช้จ่ายอะไร

ค่าเช่าที่จ่ายทุกเดือน ถ้าเปลี่ยนเป็นค่างวดบ้านจะเป็นอย่างไร ?

เราลองคิดเล่นๆว่า สมมติตอนนี้เราจ่ายค่าเช่าเดือนละ 8,000 บาท เดือนแรกผ่านไปเราอาจจะยังไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ลองคิดดูนะ ถ้าเราเช่าเป็นปี มันจะเท่ากับ 8,000 x 12 = 96,000 บาท ถ้าอยู่ 5 ปีต่ำๆเลยก็ปาไป 96,000 x 5 =  480,000 บาทแล้ว นี่ยังไม่รวมค่ากิน ค่าใช้ชีวิตอีกนะ เท่ากับเราทิ้งมันไปฟรีๆเลยหรือเปล่า ?


แต่ถ้าเราเลือกผ่อนงวดบ้านตั้งแต่แรกล่ะ ... อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ? ลองคิดจากงบเท่ากัน คือ 8,000 บาท จ่ายไป 5 ปียอดเท่ากันเลย 480,000 บาทแล้วก็ยังไม่รวมค่ากิน ค่านู้นค่านี่เหมือนกันนะ แต่สุดท้ายแล้วมันจะกลายเป็นเงินผ่อนบ้านของเราเอง พอเราผ่อนหมด บ้านก็จะเป็นกรรมสิทธิ์ของเราแต่เพียงผู้เดียว ได้มีบ้านเป็นของตัวเอง แล้วถ้าวันนั้นมาถึง คุณจะภูมิใจในตัวเองมากๆที่ยอมผ่อนมันตั้งแต่แรก

เรื่อง

เช่าห้อง

ผ่อนบ้าน

ค่าใช้จ่ายรายเดือน

ค่าเช่า

ค่างวดธนาคาร

เงินก้อนแรก

เงินประกัน/จ่ายล่วงหน้า

ดาวน์บ้านและค่าใช้จ่ายวันโอน

การตกแต่ง

มีข้อจำกัดตามที่สัญญาระบุ

มีอิสระมากกว่า

การย้ายที่อยู่

ยืดหยุ่นกว่า

ต้องวางแผนมากกว่า

ทรัพย์สิน

ไม่ได้เป็นเจ้าของห้อง

มีกรรมสิทธิ์ตามเงื่อนไขการซื้อ

ค่าใช้จ่ายดูแลบ้าน

โดยทั่วไปน้อยกว่า

ต้องรับผิดชอบมากกว่า

เห็นตารางข้างบนแล้วรู้เลยใช่ไหมว่าถ้าเราคิดแค่ เดือนๆนึงจะต้องจ่ายเท่าไหร่ แค่นั้นอาจจะยังไม่พอ ... มันไม่สำคัญเท่ากับว่า เราจ่ายไปแล้ว เราได้อะไรกลับมาบ้างมากกว่า


แล้วแบบไหนเหมาะมากกว่าระหว่าง เช่าต่อ หรือ เริ่มผ่อนบ้าน ?

จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรการันตีว่าสิ่งไหนดีกว่า แต่มันเหมาะกับเราในช่วงนั้นมากกว่าหรือเปล่า เช่น บางคนอาจจะยังไม่ได้จังหวะชีวิต ยังไม่รู้ว่าจะพาตัวเองไปอยู่จุดไหน หรือ ที่ไหนเป็นหลักเป็นแหล่ง การเลือกเช่าต่อไปก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดอะไร ก็ยังทำไปได้จนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่เราพร้อมก็ค่อยจัดการ...ดีเสียอีกที่ไม่ต้องแบกรับภาระยะยาวถ้าในเมื่อเรายังไม่รู้ใจตัวเอง


กลับกันสำหรับคนที่งานมั่นคง ตัดสินใจเลือกแล้วว่าจะอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งที่นี่ และรายได้ก็เพียงพอในการผ่อนบ้าน ตัวเลือกซื้อบ้านก็เป็นการตัดสินใจที่ดี ถึงแม้จะมีข้อผูกมัดไป 20-30 ปี แต่เราก็มีอิสระในการทำสิ่งต่างๆได้ตามใจตัวเองเยอะกว่า แถมเจ้าของบ้านก็คือชื่อเราตามกรรมสิทธิ์


ถ้ายังไม่มั่นใจลองถามตัวเองง่ายๆก่อนก็ได้ว่า

  • ภายในช่วง 3-5 ปีนี้ เรายังอยากอยู่ทำเลเดิมไหม ?

  • ตอนนี้เรามีเงินเก็บมากพอที่จะจ่ายก้อนแรกแล้วหรือยัง ?

  • เราพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลบ้านด้วยตัวเองหรือยัง ?


ถ้าจะหยุดจ่ายค่าเช่า แล้วเปลี่ยนเป็นผ่อนบ้าน ต้องเตรียมตัวยังไง ?

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า "เออ...หรือเราจะลองซื้อบ้านดูดีนะ" นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องรีบไปจองบ้านกับโครงการเลย แต่ลองเช็คลิสต์ความพร้อมของตัวเองดูก่อน ทั้งรายรับ-รายจ่าย , หนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือน , ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ว่าเพียงพอหรือเปล่าถ้าเราจะผ่อนบ้านเพิ่ม


อีกเรื่องที่สำคัญคือ ความพร้อมในการกู้ ที่ธนาคารจะเช็คเครดิตทุกอย่างของเรา โดยไม่ได้มองแค่เงินเดือนอย่างเดียว แต่รวมถึงรายได้ ภาระหนี้ ประวัติการชำระหนี้ และความสามารถในการผ่อนของเรา ซึ่งถ้าเราโอเคแล้วทุกอย่าง อย่าลืมว่าการซื้อบ้านไม่ใช่การถามว่า จะผ่อนไหวไหม อย่างเดียวแต่คิดให้ดีดีก่อนว่าถ้าอยู่บ้านหลังนี้ไปอีก 5-10 ปี เราจะยังมีความสุขกับมันหรือเปล่า


สรุป เช่าห้อง vs ผ่อนบ้าน แบบไหนดีกว่ากัน

สุดท้ายแล้วการเช่าห้องหรือผ่อนบ้านไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัวสำหรับทุกคน โดยเราต้องมองจากมุมสถานการณ์ของเราว่าพร้อมหรือยัง เงินที่มีเหมาะกับอะไร รายได้เป็นยังไง ในอนาคตมีแผนจะทำยังไงต่อมากกว่า

ถ้ายังต้องการความยืดหยุ่น ไม่รู้ว่าจะอยู่ทำเลนี้นานไหม หรือต้องย้ายงานหรือเปล่า บางทีการเช่าก็อาจจะตอบโจทย์มากกว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่ถ้าพร้อมอยู่ทำเลนี้ระยะยาว มีเงินเก็บพอ และอยากสร้างทรัพย์สินเป็นชื่อของตัวเอง การเริ่มๆมองการซื้อบ้านก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะบ้านที่ดีที่สุด อาจจะไม่ใช่บ้านที่แพงที่สุด แต่คือ บ้านที่เราอยู่แล้ว ผ่อนไหว อยู่สบาย และมีความสุขกับมันได้ในทุกๆวันต่างหาก



ความคิดเห็น


bottom of page