3 Trick ติดไฟเส้น LED แต่งห้องด้วยตัวเอง ไม่ง้อช่าง !?

ทุกวันนี้การซื้อ-ขายอะไรก็ดูง่ายไปหมดเลยเนอะว่าไหม ? ลองย้อนกลับไปสมัยก่อนสิ ถ้าหลอดไฟเสีย หรือ อยาก แต่งไฟในห้อง...ยังไงๆก็คงไม่พ้นขับรถวนหาร้านที่ขาย แต่ทุกวันนี้นะ แค่สไลด์มือถือผ่าน Online Platform อย่างแอปส้ม แอปฟ้า แอปดำ แล้วเลือก โคมไฟตั้งพื้น หรือไม่ก็ ติดไฟเส้น LED หรือ ไฟ rgb แต่งห้อง ในราคาแค่หลักร้อยรอไม่กี่วันของก็มาส่งถึงหน้าบ้าน
และเราเชื่อเลยว่าพอของถึงปุ๊บ ทุกคนจะมีความรู้สึกว่าเห่อของ อยากแกะกล่อง แกะกาวสองหน้า แล้วแปะเข้ากับผนังทันที แต่ว่านะ ... การทำแบบนั้นทันที อาจจะทำให้มุมห้องมินิมอลของคุณกลายเป็นมินิมาร์ทได้เลย อย่าหาว่าไม่เตือน

ไหนจะมีสายไฟที่ห้อยระโยงระยางเต็มผนังไปหมด ! หนักกว่านั้นคือบางคนถึงขั้นเล่นเสียบปลั๊กพ่วงต่อกัน 3-4 ทอด จนเต้าร้อนจี๋และถอดปลั๊กแทบไม่ทัน ซึ่งถ้าคุณกำลังเจอปัญหานี้ หรือ กำลังตัดสินใจว่าสั่งไฟมาแต่งห้องเอง ดังนั้นบทความนี้เราจึงจะพาไปดู เทคนิคติดไฟแต่งบ้านให้สวย ระดับมืออาชีพโดยที่คุณไม่ต้องโทรง้อช่างเลย !?
สวิตซ์ไฟ หรือ เต้ารับ แบบไหนที่ควรหยุดใช้ก่อนอันตราย ?
หลายคนอาจจะชอบมองเรื่องสวิตซ์ไฟเป็นเรื่องไกลตัว แบบจะเอาอันไหนมาใช้ก็คงได้แหละมั้ง ... แต่ลองคิดกลับกัน ถ้าสวิตซ์ไฟของคุณมันหลมม เสียบไม่แน่น หรือเต้าเริ่มร้อน มีกลิ่นไหม้ มีรอยดำ รวมถึงไฟกะพริบผิดปกติ "อย่าเสี่ยงเอามาใช้ต่อเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาจจะเสี่ยงจะระเบิด"

เท่าที่ผมลองสังเกตมาตลอดนะ พอมันมีระบบ Online Shopping เข้ามาก็มีหลายๆบ้านที่ชอบซื้อ ไฟเส้น LED มาตกแต่งห้องของตัวเอง ทั้งจากความชอบส่วนตัว และ จาก กระแสที่มาเป็นช่วงๆ แต่เรื่องที่เห็นได้บ่อยพอๆกันเลยก็คือ พอมันซื้อได้ ราคาถูกกว่าหน้าร้าน มันก็จะตีเป็นแนวจีีนไปเกือบทั้งหมด ถ้าสังเกตดูจริงๆจะเห็นเลยว่าอุปกรณ์ไม่ค่อยได้มาตรฐาน สวิซต์ไฟ ปลั๊กไฟ ไม่ได้มอก.
ติด ไฟแต่งห้องนอน ยังไงไม่ให้สายไฟรก ?
เบรกความคิดที่จะเอากาวมาแปะสายไฟ LED หรือ RGB แล้วก็จะวางพาดเลยเลยนะ เพราะมันดูจบเรื่องง่ายก็จริงแต่มันค่อนข้างไม่สบายหูไม่สบายตาเลย ... ถ้าจะติดไฟจริงๆ ให้ลองซ่อนใต้ตู้หรือตามรางสายไฟ ที่ราคาแค่เส้นละไม่กี่บาท ทีนี้ก็ค่อยแปะกาวสองหน้าติดเข้ามุม แล้วก็ค่อยทาสีให้มันเนียนไปกับผนัง

ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้บ้านดูโปร่ง ดูสะอาดขึ้นทันที ไม่ใช่ทำแบบขอไปทีโดยการเอาเทปใสแปะสายไฟติดผนัง เพราะเชื่อเถอะว่าถ้าคุณทำแบบนั้น เดือนเดียวก็หลุดครับ
วิธีซ่อนสายไฟแต่งห้อง ที่ถูกต้อง ทำตามได้จริง
ใช้รางเก็บสายไฟติดผนัง เส้นละแค่ไม่กี่ร้อยถ้าซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งรางตัวนี้จะมีให้เราเลือกหลายแบบเลย ทั้งรางเหลี่ยม รางโค้งเข้ามุม หรือแม้แต่รางแบบมีกาวสองหน้าในตัว เราก็แค่เอามาแปะแล้วเอาสายไฟเข้าไปไว้ข้างในราง
ใช้เทคนิคการทาสีทับราง โดยให้เลือกเป็นรุ่นที่เนื้อพลาสติกทาสีติดได้ พอเราเอารางเข้ามุมผนัง หรือ ติดตามขอบบัวเสร็จแล้ว ให้เราเอาสีทาทับได้เลย แค่นี้ตัวรางและสายไฟที่อยู่ข้างในก็จะเนียนกริ๊บไปกับผนังแล้ว
ถ้าเป็นการ ติดไฟเส้น LED หรือ RGB เอง ไว้ในตู้ ให้เราติดไฟไว้ฝั่งด้านในขอบตู้ หรือ มุมซ่อนสายตา เสร็จแล้วให้เดินไฟอ้อมหลังของตู้เพื่อไปเสียบที่เต้า
ต่อปลั๊กพ่วงหลายๆชั้นได้ไหม และ ต้องเช็คอะไรบ้าง ?
ถ้าเอาตามความจริงเลยนะ พวกปลั๊กพ่วงหลายๆชั้นที่ห้อยไปห้อยมาเนี่ย มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เอามาต่อกันไปทอดๆเลย เพราะ พอมันเสียบต่อกันหลายจุด โอกาสสูงมากที่ความร้อนจะเกินอุปกรณ์ที่รองรับ พอมันร้อนเกินอุปกรณ์รับไม่ไหว สิ่งที่ตามมาคือมันระเบิด ... เห็นไหมว่ามันอันตรายมากแค่ไหน

ดังนั้นแล้วไม่ว่าคุณจะกำลังต่อไฟเส้น LED โคมไฟ หรือ ไฟตกแต่งห้องแบบต่างๆ ให้หาปลั๊กไฟที่ได้มาตรฐานและมีมอก.จะดีที่สุด มันจะได้ไม่สะสมความร้อนมากจนเกินไป
วิธีเลือกปลั๊กพ่วง แต่งห้อง ให้ไม่เกิดอันตราย
อันดับแรกให้เลิกใช้ปลั๊กแบบไม่มีมาตรฐานก่อน ซึ่งปลั๊กไฟที่มีมาตรฐานจะต้องมี มอก. 2432-2555 เท่านั้น และสายไฟปลั๊กเองก็จะมีขนาดใหญ่ มีสวิตซ์ตัดไฟอัตโนมัติเวลาใช้ไฟเกิน ตัวนี้ป้องกันการเกิดความร้อนสะสมในสายไฟ ไม่ระเบิด ปลอดภัย
ดูก่อนว่าปลั๊กพ่วงที่เอามารับไฟได้เท่าไหร่ เช่น ปลั๊กไฟ 10A รับไฟได้สูงสุด 2,300 วัตต์ หลังจากนั้นเช็คกำลังไฟของอุปกรณ์ที่จะเชื่อมในปลั๊กตัวเดียวกัน แล้วค่อยเอาเลขวัตต์มา รวมกันแล้วห้ามเกิน 80% ของกำลังไฟที่ปลั๊กรับได้
ถ้าสายไฟมันยาวไม่พอ ให้เราเปลี่ยนไปซื้อปลั๊กที่สายยาวตั้งแต่แรก และ หลีกเลี่ยงการใช้พ่วงเกิน 1 ชั้น
ไฟแต่งห้อง ต้องเลือกยังไงให้สวยและใช้งานได้จริง ?
คืออันดับแรกเราต้องแยกก่อนนะ ว่าไฟที่เราจะเอามาใช้นั้น เราจะใช้งาน หรือ เอาไว้แค่ประดับตกแต่งให้มันดูสวยงาม เช่น ใช้งานไฟสำหรับอ่านหนังสือ อาจจะใช้เป็นไฟ Warm-Light เพิ่มบรรยากาศได้ แต่ถ้าไฟหลักมันไม่สว่างพอ สุดท้าย ไฟled เส้น แต่งห้อง ก็ให้แสงสว่างไม่พออยู่ดี ซึ่งเราอยากจะแนะนำให้ลองแบ่งไฟภายในห้องออกเป็น 3 แบบดู ดังนี้

ไฟหลัก ควรเป็นไฟขาวไม่ก็ไฟส้มอ่อนๆ เพื่อให้แสงสว่างทั่วไป
ไฟเฉพาะจุด เช่น โต๊ะทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือมุมที่ไปใช้งานจริง ควรจะเป็นไฟ Warm-Light เพื่อให้มันไม่สว่างจ้าจนเกินไปแต่ก็ยังให้แสงในการทำกิจกรรมต่างๆของเราได้อยู่
ไฟแต่งห้องเปลี่ยนสีได้ เช่น ไฟเส้น RGB สำหรับเพิ่มบรรยากาศในห้อง
ติดไฟแบบฝัง หรือ ซ่อนไว้ ต้องเผื่อสำหรับการซ่อมในอนาคต
การ diy ไฟแต่งห้องนอน ไฟแบบฝัง หรือ แบบซ่อนไว้มันสวยก็จริงนะอันนี้เถียงไม่ได้ แต่เราก็ต้องคิดด้วยว่าถ้าวันหนึ่งมันเสียขึ้นมาล่ะ โดยเฉพาะไฟใต้ตู้ ใต้เตียง หรือ พวกไฟที่ซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ อย่าติดแบบถอดไม่ได้เลย เพราะเวลามันเสียขึ้นมา เราอาจจะต้องรื้อเฟอร์นิเจอร์ออกทั้งหมดเพื่อแค่เอามันมาซ่อม

"ถ้าไฟนี้เสียขึ้นมา เราจะเปลี่ยนมันยังไง ? " ถ้าคำตอบคือ ไม่รู้เหมือนกัน ... บางทีเราอาจจะต้องเริ่มคิดให้ดีอีกรอบแล้วแหละว่า มันควรจะอยู่ตำแหน่งนี้จริงๆหรือเปล่า
ก่อนติด ไฟแต่งห้องสวยๆ ในบ้าน ควรเช็คอะไรบ้าง ?
ขอแนะนำเลย ถ้าใครกำลังจะแต่งไฟในบ้าน หรือ อยากได้ไฟแต่งห้องนอน โดยที่ไม่ต้องมานั่งแก้ทีหลัง ลองแวะ Checklist 5 เรื่องนี้ก่อนจะสายไป
เรื่องที่ควรเช็ค | ทำไมถึงสำคัญ |
ตำแหน่งที่ติดไฟ | ช่วยให้วางไฟและเฟอร์นิเจอร์ได้เหมาะสม ไม่ต้องลากสายอ้อมไปอ้อมมา |
การเดินสายไฟ | ช่วยลดสายไฟที่ห้อย หรือ พาดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย |
กำลังไฟ | ตัดปัญหาเรื่องใช้ไฟเกินกำหนดของปลั๊ก หรือ ตัววงจรแผง |
คุณภาพอุปกรณ์ | ควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐานได้จริง อุปกรณ์ที่มี มอก. |
การเข้าถึงเพื่อซ่อม | ถ้าไฟเสียจะได้เปลี่ยนหรือซ่อมง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องรื้อของทั้งชุด |
สรุป: แต่งไฟให้สวยได้ แต่อย่าลืมเรื่องความปลอดภัย
จริงๆแล้วการแต่งห้อง แต่งบ้านให้สวยด้วยไฟเป็นเรื่องที่สนุกกว่าที่เราคิดนะ นอกจากมันจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศที่ให้เราผ่อนคลายแล้ว มันยังเป็นมุมถ่ายรูปเก๋ๆให้สาย Photo ด้วย ที่สำคัญอย่าลืมว่าความสวยมันทำได้ แต่ต้องปลอดภัยด้วย
ดังนั้นลงทุนเพิ่มอีกสักนิดสักหน่อย ซื้อรางเก็บสายไฟราคาไม่กี่บาท ซื้อปลั๊กพ่วงที่มี มอก.มาตรฐานดีๆสักอัน แค่นี้ทุกคนก็ได้ห้องสวยที่ตรงใจแถมไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องไฟไหม้กันแล้วครับ
กำลังหาวิธีแต่งบ้านให้โดนใจอยู่ใช่ไหมละ ?ลองแวะอ่านหมวดหมู่ : ไอเดียแต่งบ้าน ดูสิ มีที่กำลังหาแน่ครับ
ธีรภัทร



ความคิดเห็น