top of page

ซื้อบ้านหลังแรก ต้องรู้อะไรบ้าง อัปเดต 2569

2 ก.ค.
ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 18 ก.ย.


ซื้อบ้านหลังแรก-ต้องรู้อะไรบ้าง-2569

ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังกลัวว่าการ ซื้อบ้านหลังแรก มันจะยุ่งยาก หรือ กลัวว่าจะรับมือกับมันไหวไหม...เอาเข้าจริงๆไม่แปลกเลยที่เราจะรู้สึกกลัวการมีบ้านหลังแรก ด้วยเพราะความที่เราไม่เคยมีมันมาก่อน อีกอย่างมันคือสิ่งที่เราต้องอยู่กับมันไประยะยาว แถมมูลค่ามันก็ค่อนข้างสูง บางคนถึงกับตัดสินใจอยู่หลายปีกว่าจะตัดสินใจมีบ้านเป็นของตัวเอง


แล้วถ้าตอนนี้คุณกำลังคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ไม่อยากเช่าห้อง เช่าคอนโดที่ไม่ใช่ของๆเราอีกต่อไป แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไงต่อดี ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ , เงินเดือนจะพอไหม หรือ บ้านหลังแรกควรเป็นแบบไหนดี บทความนี้เราเลยจะพาคุณไป Checklist เรื่องที่ควรรู้ ข้อควรระวังของคนซื้อบ้านหลังแรก ซึ่งเราเข้าใจดีว่าการเลือกบ้านหลังแรกก็เหมือนการเลือกคู่ชีวิต เพราะคงไม่มีใครอยากผิดหวังและรู้สึกตัวเองเลือกพลาดตั้งแต่ครั้งแรกทั้งนั้นแหละจริงไหม ?



คุณพร้อมที่จะ ซื้อบ้านหลังแรก แล้วจริงๆใช่ไหม ?

คุณเคยคิดย้อนกลับไปไหมว่าจริงๆแล้วเพราะอะไรเราถึงอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง .. เพราะอยากมีพื้นที่ของตัวเองเหรอ ? อยากอยู่ร่วมกับคนในครอบครัวเหรอ ? หรือที่จริงแล้วแค่รู้สึกว่าไม่อยากเสียเงินเช่าที่อยู่อาศัยแล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เลยจริงๆ แต่ก่อนที่จะรีบจองบ้าน สิ่งที่คุณควรถามตัวเองก่อนคือ ถ้าต้องเริ่มผ่อนบ้านจริงในเดือนหน้า เราจะยังสามารถใช้เงิน หรือ ใช้ชีวิตได้ตามปกติอยู่ไหม ?


ดูยังไงว่าเราพร้อมซื้อบ้านหลังแรกแล้ว

ถ้าคำตอบคือยังพอไหว รายได้ค่อนข้างนิ่ง มีเงินเก็บบางส่วนแบบไม่ได้กระทบชีวิต มีหนี้แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าหนักหรือเป็นปัญหา แบบนี้ถือว่าเริ่มเข้าสู่จุดที่น่าลองประเมินสินเชื่อได้แล้ว แต่ถ้าคิดแล้วว่า " เออ..มันตึงมากแน่เลยถ้าจ่ายส่วนนี้ไป หรือ รู้สึกเสียดายจังถ้าจะต้องจ่าย " นั่นอาจแปลว่าเรายังไม่พร้อมหรือเปล่า


ดังนั้นแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะ บ้านหลังแรกของเรามันควรเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ชีวิตเรามั่นคงขึ้น ดีขึ้น ไม่ใช่ภาระที่มีแล้วทำให้เครียดตั้งแต่เดือนแรกเลย


หรือ ถ้ากำลังวางแผนจะซื้อจริงๆ ลองให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายช่วยประเมินงบ และ ให้คำแนะนำบ้านที่เหมาะกับเราลองดูก่อนสิ



4 สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาซื้อบ้านหลังแรกแล้ว

  • คุณมีรายได้ที่นิ่งพอในแต่ละเดือน เพราะการผ่อนบ้านไม่ใช่ผ่อนแค่ 1-2 เดือน แต่เป็นระยะยาว 20-40 ปี ถ้ารู้สึกว่ารายรับยังแกว่งมากเกินไปก็อาจทำให้เราเครียดได้ง่ายๆเลยนะ

  • คุณรู้ตัวแล้วว่าอยากได้บ้านไปเพื่ออะไร เช่น อยากสร้างครอบครัว อยากให้คนที่รักอยู่ร่วมกัน หรือเอาง่ายๆว่าเรามองเห็นภาพชัดเจนว่าเป้าหมายคืออะไร แล้วพอมีเป้าหมายเราก็จะทำมันได้ในระยะยาวแบบไม่ฝืน

  • คุณเริ่มจัดการหนี้เดิมได้ดี เช่น ผ่อนรถ บัตรเครดิต หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ แต่ก็ยังจ่ายไหว ไม่ค้างชำระ ไม่กระทบแบบเดือนชนเดือน แปลว่าคุณมีความพร้อมในด้านการเงินระดับนึงแล้ว

  • คุณไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพราะความกดดัน แต่เริ่มซื้อเพราะมองเห็นภาพชีวิตของตัวเอง รู้ว่าอยากที่จะพาตัวเองกับคนในครอบครัวไปอยู่ที่จุดไหน ใช้ชีวิตแบบไหน


3 สัญญาณที่อาจหมายความว่า ยังไม่ควรรีบตอนนี้

จริงๆแล้วการตัดสินใจ ยังไม่ซื้อในตอนนี้ ≠ พลาดอะไรไป เพราะบางครั้งการรออีกสักนิดเพื่อให้ตัวเองพร้อมกว่าเดิม อาจทำให้การซื้อบ้านหลังแรกของเราดูสบายใจมากกว่าก็ได้


จะรู้ได้ยังไงว่าพร้อมหรือไม่พร้อมถ้าจะซื้อบ้าน

  • ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าซื้อบ้านไปเพื่ออะไร ถ้าแค่เห็นคนอื่นซื้อกัน หรือ กลัวราคาบ้านจะขึ้น ลองให้เวลากับตัวเองอีกหน่อยก็ได้นะมันไม่ผิดอะไรเลย เพราะบ้านคือสิ่งที่จะอยู่กับเราอีกหลายสิบปี แถมมันจะกลายเป็นความรับผิดชอบในชีวิตครั้งใหญ่อีกพาร์ทนึงของเราไปเลย

  • แค่คำนวณค่างวดก็เริ่มกังวลแล้ว ถ้าคุณยังรู้สึกว่าตัวเองต้องมานั่งลุ้นว่าเดือนนี้จะมีเงินพอจ่ายจริงๆหรือเปล่า หรือกลัวว่าถ้ามีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินแทรกเข้ามามันจะรอดไหมนะเดือนนี้ นั่นอาจแปลว่าเราควรเตรียมตัวอีกนิดก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงินเพิ่ม เคลียร์หรือลดภาระให้น้อยลงก็ตาม

  • รายได้หรืองานยังไม่นิ่งเท่าที่ควร ถ้าตอนนี้คุณอยู่ในจุดที่กำลังเริ่มงานใหม่ กำลังเปลี่ยนสายอาชีพของตัวเอง หรือรายรับในแต่ละเดือนยังขึ้นลงเป็นกราฟเทรดหุ้นเลย การให้เวลาตัวเองสร้างความมั่นคงอีกสักระยะ อาจทำให้ทั้งการขอสินเชื่อและการผ่อนบ้านในอนาคตเป็นเรื่องที่สบายใจกว่าเดิม



เงินสำรองฉุกเฉินควรมีกี่เดือนก่อนเริ่มผ่อนบ้าน


ไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อม 100% แต่ไม่ควรเริ่มต้นด้วยเงินเก็บสำรองที่เป็น 0


ที่จริงมันก็ไม่ได้มีตัวเลขที่ตายตัว หรือสูตรสำเร็จนะว่าต้องมีเงินสำรองเท่านี้ถึงจะผ่อนบ้านได้ บางคนแค่มีเงินสำรอง 3 เดือนก็รู้สึกอุ่นใจแล้ว กลับกันบางคนอาจจะอยากมีเงินสำรองมากถึง 6 เดือนถึงจะกล้าตัดสินใจผ่อนบ้านหลังนึง


ซึ่งสิ่งสำคัญมันคือการที่เรามองเห็นว่า ถ้าหลังรับโอนบ้านหรือผ่อนไปแล้ว อยู่ดีๆสมมติว่าอีก 2 เดือนบริษัทดันปรับลดเงินเดือนลง หรือ มีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ทำให้รายได้ชะงักชั่วคราว แล้วเรายังต้องผ่อนบ้านอยู่ เราจะใช้ชีวิตและเคลียร์ยอดผ่อนต่อเดือนนี้ได้อยู่ไหมมากกว่า


เงินสำรองฉุกเฉินสำคัญแค่ไหนถ้าจะซื้อบ้าน

ดังนั้นแล้วเราเลยจะได้ยินกันบ่อยๆเลยว่าควรมีเงินสำรองประมาณ 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายทั้งหมดนะถึงจะดี แต่ก็นั่นแหละ ... เราไม่จำเป็นต้องเอาตัวเลขนี้มากดดันตัวเองจนทำให้เครียดและไม่กล้าขยับตัวทำอะไรเกินไป

เพราะสุดท้ายแล้ว เงินสำรองไม่ได้มีไว้เพื่อให้เรารู้สึกพร้อมที่สุด แต่มันมีไว้เพื่อให้วันที่ชีวิตไม่เป็นไปตามแผน เราจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าเดือนนี้จะเอาเงินที่ไหนมาผ่อนบ้าน

ค่าใช้จ่ายแฝง ที่คนซื้อบ้านหลังแรกมักจะมองข้ามกันบ่อย

หลายคนที่จะซื้อบ้านหลังแรกแล้วคิดว่า เออ...แค่เตรียมเงินจอง เงินโอนบ้านแล้วก็คงจบแล้วแหละ ไม่น่ามีอะไร ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่หลายคนมองข้าม พอถึงเวลาเอาเข้าจริงดันมาเซอร์ไพร์สอีกว่ามีค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆตามมา ซึ่งมันดูเหมือนจะไม่เยอะนะ แต่พอเอามารวมกันแล้วก็อาจทำให้เงินที่เตรียมไว้ผิดแผนได้อยู่เหมือนกัน


รายการค่าใช้จ่าย

รายละเอียด

ใครเป็นคนจ่าย

ค่าธรรมเนียมการโอน

คิดเป็น 2% ของราคาประเมิน

ปกติแบ่งจ่ายคนละ 1% หรือ ตามข้อตกลงของโครงการ

ค่าจดจำนอง

คิิดเป็น 1% ของมูลค่าที่จำนองกับธนาคาร

ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ (เฉพาะกรณีที่กู้ธนาคาร)

ค่ามิเตอร์น้ำ - ไฟ

ค่าธรรมเนียมการขอติดตั้งและเงินประกัน

ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

ค่าส่วนกลางล่วงหน้า

จัดเก็บล่วงหน้าประมาณ 1-3 ปี ตามนิติบุคคล

ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ


ค่าตกแต่งบ้าน ที่ทำให้หลายคนงบบานปลาย


แต่งบ้านใช้งบเยอะไหม

เรื่องนี้เราจะมองเห็นได้บ่อยเลย พอย้ายเข้าบ้านปุ๊บ อันนั้นก็อยากได้ อันนี้ก็อยากได้ อันนั้นก็ต้องมี อันนี้ก็จำเป็น ส่วนใหญ่แล้วยังไงก็ต้องมีของที่ต้องซื้อเพิ่มอยู่ดี เช่น เตียงนอน , ตู้เสื้อผ้า , โต๊ะกินข้าว , โซฟา , เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของจำเป็นในครัว ซึ่งถ้าเราไม่ได้วางงบไว้สำหรับตรงนี้แต่แรก มันอาจจะบานปลายกว่ามากกว่าที่เราคิดซะอีก


ค่าส่วนกลาง ที่ต้องจ่ายทุกปี (กรณีโครงการบ้านจัดสรร)


ค่าส่วนกลางต้องจ่ายทุกปีไหม

ตามปกติแล้ว หลายๆโครงการจะต้องมีค่าส่วนกลางที่ต้องจ่ายเป็นรายเดือน หรือ รายปี เพื่อดูแลสิ่งที่ใช้ร่วมกัน เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย , ไฟที่ติดอยู่ตรงถนน , สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือแม้แต่สวนในโครงการ ถึงจะมองว่ามันเป็นจำนวนไม่ได้เยอะมาก แต่ยังไงก็ต้องรวมเข้าไปในแพลนค่าใช้จ่ายของเราด้วยเหมือนกัน


บ้านหลังแรกควรซื้อราคาเท่าไหร่ดี อัปเดต ล่าสุด 2026


บ้านที่เหมาะกับเรา อาจจะไม่ใช่บ้านที่ธนาคารอนุมัติวงเงินให้สูงที่สุดก็ได้

การซื้อบ้านหลังแรก จริงๆแล้วไม่ใช่แค่เรื่องกู้ได้เท่าไหร่ แต่มันเป็นเรื่องการใช้ชีวิตหลังจากนั้นด้วย ลองคิดภาพตามดูสิว่า ถ้าทุกสิ้นเดือนเราต้องจ่ายค่างวดจนแทบไม่เหลือเงินใช้ หรือต้องเป็นหนี้ไปหยิบยืมคนอื่นมาจ่าย ต่อให้เราซื้อบ้านในฝันได้ แต่มันอาจจะไม่ได้สบายใจเหมือนที่เราคิดไว้ก็ได้นะ ...


ดังนั้นก่อนจะดูว่าบ้านราคาเท่าไหร่ที่เหมาะกับตัวเรา ลองเริ่มจากการเช็คก่อนว่า ในแต่ละเดือนเราเหลือเงินไว้ใช้เท่าไหร่ ? พอไหม ? หรือถ้ามีค่างวดบ้านเข้ามาอีกจะยังโอเคหรือเปล่า ? แล้วหลังจากนั้นค่อยย้อนกลับมาหาบ้านราคาที่พอดีกับเราก็ยังทัน


ถ้ากังวลว่ารายได้เราคนเดียวอาจจะยังไม่พอ ลองดู การกู้ร่วมซื้อบ้าน เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนก็ได้



กฎ 40% เป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่ไม่ใช่คำตอบของทุกคน


กฎ 40% คือ ภาระหนี้ที่ต้องผ่อนต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ เพื่อที่เราจะได้มีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆในชีวิตประจำวัน

ที่จริงมันคือคำแนะนำ แต่มันไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินแบบเป๊ะๆว่าถ้าเกิน 40% คุณหมดโอกาสที่จะซื้อบ้านเลย เพราะในชีวิตจริง ไอ้ตัวเลข 40% นี่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไปนะ


กฎ-40%-คืออะไร

สมมติว่าคุณมีเงินเดือน 40,000 บาท

กฎ 40% จะบอกว่าคุณมี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควร 16,000 บาทต่อเดือน เพื่อจะได้เหลือเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งคำว่า ภาระหนี้ทั้งหมดมันไม่ใช่แค่ค่างวดบ้านอย่างเดียวนะ แต่มันรวมหนี้ทุกอย่างเลย เช่น


  • ผ่อนรถ

  • ผ่อนบัตรเครดิต

  • สินเชื่อส่วนบุคคล


ซึ่งตามความจริงคนที่ไม่มีหนี้เท่านั้นแหละถึงยึดกฎ 40% ได้ แต่สำหรับคนที่มีหนี้ตัวอื่นอยู่ด้วยแล้ว งบผ่อนบ้านของคุณก็อาจจะต้องลดลงด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่ต้องทำเพราะธนาคารบังคับ แต่เป็นเพราะเราจะได้รับมือทันในวันที่ค่าใช้จ่าย หรือ รายได้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนนั่นเอง


รายได้ต่อเดือน กับ ราคาบ้านที่ผ่อนได้สบาย ไม่ตึงมือ

พอพูดถึงเรื่องการซื้อบ้าน ประเด็นแรกที่หลายคนก็จะคิดเลย ก็คือเรื่อง เงินเดือนที่มีอยู่ตอนนี้ สามารถไปผ่อนบ้านกี่ล้านได้บ้าง ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะเราเข้าใจดีแล้วว่าใครๆก็อยากมีบ้านในฝันเป็นของตัวเอง แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าเราได้บ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต แถมยังผ่อนแบบสบาย ไม่ตึงมือมากจนเกินไปพร้อมๆกัน


หมายเหตุ : ตารางเป็นเพียงการคำนวณเบื้องต้นเท่านั้น เพราะบางธนาคารอาจจะมีโปรโมชั่นดีดีเสนอ และเราก็จะได้ราคาที่ดีกว่านี้

รายได้ต่อเดือน

งบผ่อนแบบสบายไม่ตึงมือ (25-35%)

ราคาบ้านโดยประมาณ

20,000

5,000-7,000

1-1.5 ล้านบาท

25,000

6,000-8,500

1.2-1.8 ล้านบาท

30,000

7,500-10,500

1.5-2.2 ล้านบาท

40,000

10,000-14,000

2-3 ล้านบาท

50,000

12,500-17,500

2.5-3.8 ล้านบาท

60,000

15,000-21,000

3-4.5 ล้านบาท

80,000

20,000-28,000

4-6 ล้านบาท

100,000

25,000-35,000

5-7.5 ล้านบาท

หรือถ้าอยากรู้ว่ารายได้ของคุณซื้อบ้านราคาเท่าไหร่ได้บ้าง ลองให้เจ้าหน้าที่ช่วยประเมินวงเงินเบื้องต้น พร้อมแนะนำบ้านที่อยู่ในงบแล้วผ่อนสบายให้ดูก่อนก็ได้นะ


ทำเลแบบไหนที่เหมาะกับบ้านหลังแรก ดูจากอะไร ?

เคยได้ยินคำว่า ทำเลนี้ดี แล้วเกิดสงสัยขึ้นมาไหมว่า ที่ว่าดี ... ดีสำหรับใคร ? เพราะบางทำเลก็ดูจะเหมาะกับคนที่ทำงานในเมือง แต่กับคนทำงานนอกเมืองกลายเป็นไม่ค่อยเวิร์คไปเลย หรือ ครอบครัวที่มีลูกเล็กก็จะให้ความสำคัญกันคนละเรื่อง


จริงอยู่ที่ว่าในเรื่องทำเลที่อยู่อาศัย ถ้าจะอยู่ระยะยาวก็ควรมองเรื่องมูลค่าในโซนนั้นๆด้วย แต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าสุดท้ายแล้ว ทำเลนั้นไม่ได้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณ จากที่ควรเดินทางง่าย เข้าถึงความสะดวกง่าย กลายเป็นว่าได้ทำเลดีแต่ใช้ชีวิตยากขึ้น



บ้านหลังแรกควรมีทำเลยังไง

บางคนยอมขับรถเพิ่มอีก 10 นาที แลกกับการได้บ้านที่ใหญ่ขึ้นและผ่อนสบายกว่า ในขณะเดียวกันบางคนก็ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้เดินทางไปทำงานได้เร็วขึ้นทุกวัน

สุดท้ายแล้วทำเลที่เหมาะกับบ้านหลังแรก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่นั้นกำลังฮิตและเป็นที่นิยมแค่ไหนแบบ 100% แต่อยู่ที่ว่าทำเลนั้นมันทำให้การใช้ชีวิตของเราง่ายขึ้นด้วยหรือเปล่า


5 ข้อที่ต้องเช็คก่อนตัดสินใจเรื่องทำเลซื้อบ้าน


  • ทำเลนี้เคยมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมบ้างหรือเปล่า ?

ฝนตกปีละไม่กี่ครั้งก็จริง แต่ถ้าต้องขับลุยน้ำเพื่อเข้าบ้านทุกวันในหน้าฝน ก็อาจจะกระทบชีวิตมากกว่าที่เราคิด

ทำเลไหนน้ำไม่ท่วม-โคราช

หลายๆคนไม่ได้เข้าดูบ้านช่วงหน้าฝน ทุกอย่างมันเลยดูลงตัว ดูโอเค แต่พอเข้าหน้าฝนทีนึง กลับเพิ่งมารู้ว่าทางเข้าบ้านเรามันน้ำท่วมขังเลยนี่นา ซึ่งมันคือสิ่งที่คนซื้อบ้านหลังแรกคิดเอาไว้อยู่แล้วนะ แต่ไม่ได้คิดว่าจะมาเจอในเคสของตัวเอง บางทีการลองสอบถามคนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆนั้นก่อนในวันที่ไปดูบ้าน อาจจะทำให้เรารู้ก็ได้ว่าเราควรจะรับมือกับเรื่องนี้ยังไงดี


  • สถานที่ที่ต้องไปจริงในชีวิตประจำวัน อยู่ใกล้แค่ไหน ?

ขับรถเพิ่มอีก 15-10 นาที เพื่อซื้อของใช้ทุกวัน อาจจะเหนื่อยกว่าที่เราคิดก็ได้นะ
ทำเลไหนเดินทางสะดวก-โคราช

ลองคิดภาพดูสิว่าถ้าคุณต้องขับรถไปซื้อของที่ต้องใช้ทุกๆวัน โดยที่ใช้เวลาขับรถไปเกือบ 20-30 นาทีตลอด เช่น ออกไปซื้อแค่ของกิน , เติมน้ำมันระหว่างทาง , ไปโรงพยาบาลแบบกระทันหัน , ขับรถไปส่งลูก มันจะล้าแค่ไหน ตอนแรกๆก็อาจจะไหวแหละ แต่รับประกันเลยว่าพอนานเข้าๆร่างกายคุณจะเริ่มปฏิเสธการขับรถทางไกลที่มันเหนื่อยทั้งร่างกาย แถมยังเสียเวลาชีวิตไปในส่วนนี้อีก


  • ในอนาคตอีก 5-10 ปี คิดว่าทำเลนี้ยังจะตอบโจทย์เราได้อยู่หรือเปล่า ?

ถ้าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าชีวิตเปลี่ยน ทำเลนี้จะยังเป็นที่ที่เราอยากกลับบ้านทุกวันอยู่ไหม
เลือกทำเลไหนดี-ใน-โคราช

วันนี้เรายังอยู่ตัวคนเดียว หรืออยู่กับแฟนแค่ 2 คน แต่ถ้าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเรามีลูก ต้องย้ายงาน หรือ มีผู้สูงอายุเข้ามาอาศัยร่วมด้วย ทำเลที่เราเลือกยังจะเหมาะกับการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของเราอยู่หรือเปล่า บางทีการคิดเผื่ออนาคตในจุดนี้ไว้ ก็ช่วยทำให้เราไม่ต้องย้ายบ้านบ่อยๆก็ได้นะ


เรื่องที่น่าสนใจเพิ่มเติม : เลือกทำเลซื้อบ้านยังไง



  • ถนนทางเข้า-ออก สะดวกจริงหรือเปล่า ?

ระยะการเดินทางอาจจะใกล้จริง แต่ถ้ารถติดทุกเช้าอยู่ตลอด มันก็ทำให้เราเปลืองเวลามากกว่าที่คิด
ถนนเข้าออกบ้านควรเป็นยังไง

บางที่บ้านเราอาจจะไม่ได้อยู่ไกลจากในเมืองก็จริง แต่ทางเข้าดันแคบ รถขับสวนกันทีก็ต้องสลับฟันปลาไป พอเวลารีบๆรถก็ติดยาวไปขบวนไปเลย ไม่พอยังมาเจอถนนพัง เราจะมานั่งคิดแล้วว่า โห....ถ้าต้องเจอแบบนี้ทุกวันก่อนไปทำงาน หรือ หลังกลับจากที่ทำงาน จะไหวไปตลอดหรือเปล่านะ


  • ลองไปดูบ้านในช่วงเวลาที่เราใช้งานจริงดูหรือยัง ?

ระหว่างบ่ายวันอาทิตย์ กับเช้าวันจันทร์ หรือ เย็นวันศุกร์ มันต่างกันมากจริงๆนะ

ไปดูบ้านช่วงเวลาไหนดี

ถ้าจะเอาแบบจริงๆเลยนะ ให้เราเอาตัวเองเข้าไปดูบ้านหรือขับรถเข้า - ออก ในช่วงเวลาที่เราใช้จริง เช่น เช้าวันจันทร์ช่วง 07.00-08.00 หรือ วันศุกร์ช่วง 17.00-18.00 แล้วเราจะมองภาพออกเลยว่าเราเหมาะกับที่นี่ไหม เพราะบางทีการเข้าไปดูบ้านวันธรรมดา ช่วงบ่ายๆเราอาจจะไม่ได้เห็นภาพขนาดนั้น


หรือถ้ายังไม่แน่ใจว่าบ้านแบบไหนเหมาะกับครอบครัวของคุณ ลองนัดเข้าชมโครงการจริง พร้อมให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายแนะนำให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายก็ได้



รู้ก่อนไหวตัวก่อน ! สิ่งที่คนซื้อบ้านหลังแรกแล้วพลาดกันบ่อยๆ

การมีบ้านหลังแรกเป็นเรื่องที่ใครก็ไม่อยากตัดสินใจพลาด แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายๆเรื่องเราก็จะเพิ่งรู้ว่าเป็นยังไงหลังเข้าอยู่จริง ถ้าอย่างนั้นเราลองเช็กเรื่องพวกนี้ไว้ก่อนดีกว่าไหม เพราะบางข้อมันแก้ไขได้ก่อนที่จะซื้อ แต่ดันแก้ยากหลังย้ายเข้าไปอยู่แล้ว

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ หลายคนบอกว่าอยากรู้เรื่องพวกนี้ก่อนซื้อบ้าน

ดูแค่ค่าผ่อนบ้านรายเดือน จนลืมคิดส่วนเงินก้อนก่อนโอน

คนซื้อบ้านหลังแรกมักจะลืมคิดว่าไปว่า นอกจากเรื่องค่างวดบ้านแต่ละเดือน เรายังต้องมีงบสำหรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ก่อนเข้าอยู่ เช่นพวกแบบ ค่าโอนบ้าน ค่าจดจำนอง เงินดาวน์ ค่ามิเตอร์น้ำ-ไฟ ค่าเฟอร์นิเจอร์


ซึ่งบางครั้งเราคิดแค่ว่าค่างวดบ้านมันอยู่ในงบที่เราวางแพลนไว้ละ แต่กลับต้องเร่งหาเงินก้อนเพิ่มในช่วงรับโอนบ้าน ดังนั้นเราเลยอยากแนะนำว่าก่อนจะซื้อบ้านจริงๆ ลองเช็กให้ครบทั้งเรื่องเงิน ผ่อนบ้านรายเดือน และ เงินก้อนที่ต้องจ่ายตู้มเดียว แบบนี้จะทำให้วางแผนการเงินได้ดีกว่า แถมไม่กระทบเราได้ภายหลัง


เลือกบ้านตามความชอบ ไม่ใช่ตามการใช้ชีวิตจริงในระยะยาว

ไม่ใช่เรื่องผิดเลยถ้าเราจะเลือกบ้านตามความชอบของตัวเอง เพราะใครๆก็อยากอยู่บ้านที่ตัวเองอยากได้ทั้งนั้นแหละ แต่ประเด็นคือ บ้านหลังนี้ที่เราจะเลือกมา ถ้าลองคิดภาพเทียบกับกับอนาคต ไม่ต้องเอาไกลมากนะ เอาแค่แบบ 5 ปีเนี้ย ... เราคิดว่าบ้านหลังนี้จะยังเหมาะกับเราอยู่ไหม ซึ่งบางที การเลือกบ้านที่มันตรงโจทย์ พอดีกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองจริงๆ อาจจะดีกว่าการเลือกบ้านที่เราชอบที่สุดก็ได้


ยื่นกู้บ้านบ่อยจะเป็นอะไรไหม

ยื่นกู้หลายธนาคารพร้อมกัน ทำ Credit Score ลดโดยไม่รู้ตัว

ที่จริงเรื่องนี้มันก็ไม่ใช่ข้อห้ามหรืออะไร แต่ลองคิดดูนะ ถ้าเรายื่นกู้บ่อยๆเข้า สมมติยื่นธนาคาร A ไม่ผ่าน ไป B และ C ต่อกันในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ทีนี้ธนาคารถัดไปก็จะมองแล้วว่า อ้าว...คุณยื่นมาหลายธนาคารแล้วนี่ แต่ไม่ผ่านเลย นั่นแปลว่ามันมีปัญหาหรือความเสี่ยงอะไรหรือเปล่า ? ทางธนาคารก็จะระวังในการปล่อยสินเชื่อเรามากขึ้นเหมือนกัน


ซึ่งนี่แหละมันไม่ได้ลด Credit Score โดยอัตโนมัติแต่พอมันมีการขอหลายครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ มันก็จะถูกนำไปพิจารณาในการขอสินเชื่อได้ เราก็เลยควรวางแผน และ เตรียมเอกสารดีๆก่อนยื่น หรือถ้าจะเอาชัวร์ไปเลยปรึกษากับเจ้าหน้าที่สินเชื่อก่อนที่จะไปยื่นจริงจะดีกว่า


ไม่รีเทนชัน หรือ รีไฟแนนซ์บ้าน


ครบ 3 ปี รีไฟแนนซ์ หรือ รีเทนชั่นดี

หลายคนที่ซื้อบ้านหลังแรกรับรองว่าคุณจะต้องยังไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับ 2 เรื่องนี้แน่นอน อาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาแหละ แต่ก็จะคิดว่ามันจำเป็นต้องทำด้วยเหรอ มันฟังดูยุ่งยากจัง ? คือจริงๆมันก็ไม่ได้มีใครมาบังคับเราว่า เออ 3 ปีคุณต้องรีเทนชั่นบ้านสิ ไม่งั้นคุณจะติดคุกหรือผิดกฎหมายนะ


แต่การรีเทนชันบ้าน หรือ รีไฟแนนซ์บ้านเนี่ย มันจะทำให้คุณจ่ายถูกลง เพราะตามปกติแล้วพอหลุด 3 ปีไปดอกเบี้ยมันจะเพิ่มขึ้น ซึ่ง มันคือสิ่งที่หลายคนไม่รู้ว่าการรีเทนชั่นบ้าน หรือ รีไฟแนนซ์บ้าน มันจะช่วยลดดอกเบี้ยหรือค่างวดในระยะยาวได้


รีเทนชันบ้าน (Retention)

รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance)

อยู่ธนาคารเดิม

ย้ายธนาคารใหม่

ขอปรับดอกเบี้ยใหม่

ขอสินเชื่อกับธนาคารใหม่

ขั้นตอนน้อยกว่า

ขั้นตอนมากกว่า แต่อาจจะได้ข้อเสนอดีกว่า


บางคนมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากต้องทำอะไรใหม่ ยื่นอะไรใหม่ แต่เปล่าเลย ... ลองคิดดูว่าถ้าเราทำแล้วมันทำให้เราจ่ายค่าบ้านถูกลง หรือ ดอกเบี้ยมันลดลง มันคุ้มกว่าไหมที่จะทำ เพราะเอาเข้าจริงมันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไร มันคือการช่วยลดภาระเราต่างหาก


คำนวณเงินผ่อนเบื้องต้น กับ บ้านอยู่สบายโคราช

ถ้าใครอยากมีบ้านเป็นของตัวเองจริงๆ แต่กลัวว่าเงินที่มีอยู่จะไม่พอค่าผ่อนบ้าน ... ลองประเมินวงเงินเบื้องต้นดูก่อนก็ได้นะ หรือลองติดต่อฝ่ายขายของบ้านอยู่สบายดูก่อน เพราะ อยู่สบายโคราชมีแบบบ้านที่ฟังก์ชันครบ ในราคาที่จับต้องได้จริง แถมยังผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,900 บาท/เดือน เท่านั้น !



"หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองข้างต้น เป็นอัตราที่ได้รับการปรับลดตามมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ให้เหลือร้อยละ 0.01 สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2570 ทั้งนี้โปรโมชันและเงื่อนไขการจ่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อตกลงของแต่ละโครงการ"

ดูรายละเอียด บ้านเดี่ยวหัวทะเล และ บ้านเดี่ยวโคราช จอหอ ผ่อนเริ่มต้น 7,900 คลิกที่นี่ได้เลย


7 Checklist ความพร้อมก่อนซื้อบ้านหลังแรก


ซื้อบ้านหลังแรก-ต้องพร้อมแค่ไหน

พออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ถามตัวเองก่อนว่าเรายังมีคำถามเข้ามาให้หัวอีกไหมว่า ซื้อบ้านหลังนึงราคาเท่าไหร่ถึงจะไหว หรือ ถ้าผ่อนเดือนละเท่านี้จะผ่านไปได้ไหม ถ้าคำตอบของคุณคือมันยังมีอยู่ และ ยังรู้สึกลังเลในการซื้อบ้านหลังแรก ... ให้ลองถามตัวเองง่ายๆเลยว่า


  • รายได้แต่ละเดือนมั่นคงพอที่จะผ่อนบ้านต่อเนื่องระยะยาวไหม

  • ถ้าเริ่มผ่อนบ้านแล้ว เราจะยังมีเงินเหลือใช้ชีวิตตามปกติหรือเปล่า

  • มีเงินสำรองเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินไว้บ้างไหม

  • ภาระหนี้เดิม เช่น รถ บัตรเครดิต หรือสินเชื่ออื่นๆ อยู่ในระดับไหน รับไหวไหม หรือ ยังจ่ายชนเดือนอยู่

  • ทำเลบ้านที่จะเลือกตอบโจทย์ชีวิตจริงเราหรือเปล่า

  • หลังซื้อบ้านแล้ว ยังรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ไหม เช่น แต่งบ้าน ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าซ่อมแซมนู้นนี่

  • เหตุผลที่อยากซื้อบ้านมาจากความต้องการของตัวเองจริงไหม หรือแค่เจอความกดดันจากคนรอบตัว


สรุปแล้ว บ้านหลังแรก ไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านที่ดีที่สุด

หลายคนมัวแต่กลัวตัวเองจะเลือกผิด ซื้อแล้วไม่คุ้ม หรือ อยากได้ที่มันดีที่สุดจนลืมคิดไปว่า จริงๆแล้วบ้านหลังแรกไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบก็ได้ เพราะมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของอีกช่วงหนึ่งในชีวิต เป็นพื้นที่ที่เราได้กลับมาพัก ได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก แต่บางทีตอนนี้มันแค่ยังไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุด สวยที่สุด หรือ คุ้มค่าที่สุด


บ้านหลังแรกควรเป็นบ้านที่ซื้อแล้วเรายังมีความสุข มีเงินเหลือเก็บ กินข้าวอร่อย นอนหลับสบายในทุกๆวันโดยที่ไม่ต้องเครียดกับเงินค่าบ้านมากเกินไป ถ้าบ้านหลังนั้นทำให้เราได้ใช้ชีวิตแบบนี้ บางที...มันก็น่าจะเป็นบ้านหลังแรกที่ดีสำหรับเราแล้วจริงไหม ?

แต่ถ้ากำลังมองหาบ้านหลังใหญ่ คุ้ม ทำเลทอง ครบจบในที่เดียวดูที่นี่ได้เลย : บ้านเดี่ยวโคราชราคาไม่เกิน 2 ล้าน



ความคิดเห็น


bottom of page