top of page

สามารถ กู้ร่วมซื้อบ้าน กับแฟนหรือครอบครัวได้ไหม ?

  • 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

ได้แน่นอน เพราะธนาคารส่วนใหญ่ตอนนี้เปิดให้ กู้ร่วมซื้อบ้าน กับแฟน , คู่สมรส , คู่รัก LGBTQ+ , พ่อ-แม่ , บุตร หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวโดยตรงได้เลย เนื่องจากการกู้ร่วมจะทำให้มีโอกาสในการกู้ผ่านได้ง่ายขึ้น ใครที่คิดว่าอยากมีบ้านหลังแรกแล้วกลัวว่ารายได้ของคนเดียวอาจจะยังไม่พอ การกู้ร่วมจึงอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ได้วงเงินตามที่ต้องการมากขึ้น


อย่างไรก็ตามการกู้ร่วมไม่ได้เหมาะกับทุกกรณีเสมอไป เพราะผู้กู้ร่วมทุกคนจะต้องรับผิดชอบหนี้ หรือ ชำระหนี้ร่วมกัน ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มกู้ร่วม เราเลยอยากให้เข้าใจก่อนว่าการกู้ร่วมนี้มันมี ข้อดี ข้อควรระวัง หรือ เอกสารอะไรบ้างที่ต้องใช้ก่อนที่จะยื่นกู้จริง และถ้าคุณเป็นคนที่มีความฝัน อยากซื้อบ้านที่ตอบโจทย์แต่ยังกังวลว่าสามารถกู้ร่วมเพื่อซื้อบ้านได้ไหม เรามั่นใจว่าบทความนี้จะตอบทุกคำถามที่คุณสงสัยได้อย่างแน่นอน


สามารถ กู้ร่วมซื้อบ้าน กับใครได้บ้าง ?

ถ้ารายได้ของคุณคนเดียวอาจยังไม่พอสำหรับบ้านที่เล็งไว้ การกู้ร่วมก็เป็นอีกทางเลือกที่หลายๆคนเลือกใช้ แต่คำถามที่จะตามมาเลยก็คือ " อ้าว...แล้วถ้าจะกู้ร่วมจริงๆ มันสามารถกู้ร่วมกับใครได้บ้างล่ะ ? เชื่อไหมว่าพอพูดถึงเรื่องกู้บ้าน หลายคนนึกถึงแฟนเป็นคนแรก แต่จริงๆแล้ว ธนาคารส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะพิจารณาได้กว้างกว่านั้น ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง หรือคนในครอบครัวบางกรณี แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคารด้วยเหมือนกัน โดยรวมแล้วความสัมพันธ์ที่สามารถกู้ร่วมซื้อบ้านได้ ก็จะเป็นลักษณะดังนี้ :


กู้ร่วมซื้อบ้าน-กับใครได้บ้าง

  • พ่อ-แม่

  • พี่น้องสายเลือดเดียวกัน

  • สามี ภรรยา

  • บุตร

  • คู่รัก LGBTQ+


กู้ร่วมกับแฟนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสได้ไหม

ได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกธนาคารจะอนุมัติเหมือนกันทั้งหมดนะ เพราะหลายคนเข้าใจว่าถ้ายังไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะกู้ร่วมซื้อบ้านไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง ธนาคารบางแห่งสามารถพิจารณาคู่รักที่อยู่กินกันจริงหรือมีหลักฐานความสัมพันธ์ประกอบได้


💡 สิ่งที่ควรรู้คือ แม้ว่าธนาคารจะอนุมัติให้กู้ร่วมได้ แต่ในทางกฎหมายและกรรมสิทธิ์ของบ้าน ผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมควรตกลงรายละเอียดกันให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะเรื่องการผ่อนชำระและสิทธิในทรัพย์สิน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


กู้ร่วมกับพ่อแม่หรือพี่น้องได้ไหม ?


กู้ร่วมซื้อบ้านกับพ่อแม่ได้ไหม

ได้ เพราะบางคนอาจจะเพิ่งเริ่มทำงานหรือมีรายได้ยังไม่สูงพอ การใช้รายได้ของพ่อแม่หรือพี่น้องมาช่วยเพิ่มความสามารถในการกู้ถือเป็นทางเลือกที่พบได้บ่อยๆ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการเพิ่มวงเงินให้เพียงพอกับบ้านที่เล็งไว้


ซึ่งอีกอย่างหนึ่งนอกจากเรื่องรายได้แล้ว ธนาคารยังพิจารณาเรื่องอายุ ภาระหนี้ และประวัติทางการเงินของผู้กู้ร่วมด้วยเช่นกัน เช่น หากผู้กู้ร่วมใกล้เกษียณหรือมีภาระหนี้จำนวนมาก ก็อาจจะส่งผลต่อการพิจารณาสินเชื่อได้เหมือนกัน

💡 สิ่งที่หลายคนชอบมองข้ามเลย คือ การกู้ร่วมไม่ได้เป็นแค่การใช้ชื่อช่วยกู้ แต่หมายถึงการรับภาระหนี้ร่วมกันด้วย ดังนั้นแล้วควรพูดคุยและทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนตัดสินใจกู้ร่วม
กู้ร่วมซื้อบ้านใช้เอกสารอะไรบ้าง

ผู้กู้ร่วมต้องมีรายได้ประจำไหม ?

กรณีที่เป็นพนักงานประจำ หรือ ข้าราชการ ที่มีการรับเงินเดือนประจำอยู่แล้วสามารถยื่น Statemaent ย้อนหลัง 6 เดือนได้เลย แต่ถ้าเป็นกรณีที่เป็นกลุ่มอาชีพอิสระ หรือ ธุรกิจส่วนตัวจะมีเอกสารเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการแสดงรายได้ เช่น เอกสารเสียภาษี ภงด.90 , Statement ย้อนหลัง 1 ปี และอื่นๆ

ดูรายละเอียด : เอกสารการยื่นกู้ร่วมสำหรับกลุ่มอาชีพอิสระ หรือ ธุรกิจส่วนตัว


การกู้ร่วมช่วยเพิ่มวงเงินได้จริงไหม อัปเดตล่าสุด 2569

เอาจริงๆแล้ว การที่คนส่วนใหญ่สนใจเรื่องการกู้ร่วม ไม่ใช่เแค่เพราะอยากที่จะเอาชื่อหลายคนใส่ไปในสัญญากู้บ้าน แต่เป็นเพราะกำลังหวังว่า " เออ..ถ้ามีรายได้อีกคนมาช่วยรวมกัน จะซื้อบ้านหลังที่อยากได้ง่ายขึ้นไหม ? "

ซึ่งคำตอบก็คือว่า มัน มีโอกาสช่วยได้จริงๆ แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้ของผู้กู้ร่วมเพียงอย่างเดียวนะ เพราะธนาคารจะต้องดูทั้งภาระหนี้ , ประวัติทางการเงิน และความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ร่วมทุกคนด้วย


กู้ร่วมช่วยได้จริงไหม-ซื้อบ้าน
💡 ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม ถ้ารายได้ของคุณเพียงพอสำหรับบ้านที่ต้องการอยู่แล้ว ลองพิจารณาการกู้คนเดียวดูก่อน เพราะการมีผู้กู้ร่วมจะกลายเป็นภาระผูกพันทางการเงินร่วมกันไปอีกหลายปี เผลอๆ 20-30 ปีโดยประมาณ

รายได้รวมกันเท่าไหร่ถึงจะมีโอกาสกู้บ้านเดี่ยวโคราช 2 ล้านผ่าน ?

ถ้าจะเอาแบบชัวร์ๆเลยสำหรับบ้านราคา 2 ล้าน รายได้ที่เหมาะสมอยู่ที่ 9,000 บาท/คน หรือรายได้รวมกัน 18,000 บาทต่อเดือน แต่จริงๆแล้วการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วย เช่น ภาระหนี้มีไหม ถ้ามีมีมากน้อยแค่ไหน , ประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาเป็นยังไง , ทำงานที่ทำงานมากี่ปีแล้ว ฯลฯ


กู้ร่วมซื้อบ้านต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ?

เชื่อเลยว่าพอคุณอ่านมาถึงตรงนี้ คงพอจะเริ่มมองเห็นภาพเรื่องรายได้และโอกาสในการกู้ผ่านแล้วแน่นอน และถัดไปคือขั้นตอนการเตรียมเอกสำหรับการยื่นกู้ ซึ่งแม้ว่าผู้กู้ร่วมจะมากกว่า 1 คนแต่เอกสารที่ใช้ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพราะใช้แค่หลักฐาน และ เอกสารต้องตอบคำถามของธนาคารได้ว่าเป็นใคร ยืนยันรายได้ว่ามาจากทางไหน และ ยืนยันสถานะความสัมพันธ์ของผู้กู้ร่วมและผู้กู้ว่าเป็นอะไรกัน


ยื่นกู้ร่วมซื้อบ้าน-ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ซึ่งถ้าจะให้ดีควรเตรียมเอกสารของทั้งผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมให้ครบตั้งแต่แรก เพราะมันจะช่วยให้ขั้นตอนการยื่นกู้รวดเร็วและรู้ผลได้ไวยิ่งขึ้น


  • สำเนาบัตรประชาชน

  • สำเนาทะเบียนบ้าน

  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)

  • สำเนาทะเบียนสมรส หรือ ใบลงบันทึกประจำวัน กรณีสมรสไม่จดทะเบียน , สำเนาใบหย่า  

  • สำเนาหน้าเล่มสมุดบัญชี (ที่รับเงินเดือน)

  • หนังสือรับรองเงินเดือน

  • สลิปเงินเดือน และ Statement 6 เดือนย้อนหลัง

  • เอกสารประกันสังคม


ความเสี่ยง หรือ ข้อควรระวังในการกู้ร่วมซื้อบ้าน

เอาจริงๆเลยส่วนตัวมองว่าการกู้ร่วมไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอะไร แต่ถ้าจะกู้ร่วมจริงๆมันก็ยังมีสิ่งที่ต้องระวังกันอยู่ คือ หลายคนมักจะไปโฟกัสแค่ว่าตัวเองจะกู้ผ่านไหม จนลืมคิดต่อไปว่า แล้วหลังจากได้บ้านจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะเอาเข้าจริงชีวิตคนเราก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา วันนี้อาจจะวางแผนร่วมกันมาซะดิบดี แต่ในอนาคตก็อาจจะมีเรื่องงาน เรื่องการเงิน หรือแม้แต่เรื่องความสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้องได้


ความเสี่ยงในการกู้ร่วมซื้อบ้าน

ยิ่งถ้าผู้กู้ร่วมเป็นคนที่เราสนิทมากเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็น แฟน , สามี-ภรรยา , พ่อแม่ หรือแม้แต่พี่น้อง การตกลงกัน พูดคุยกัน และทำความเข้าใจในเรื่องการรับผิดชอบร่วมกันตั้งแต่แรก ก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น


💡 ไม่ว่าจะกู้ร่วมกับแฟน พี่น้อง หรือพ่อแม่ ควรตกลงกันให้ชัดเจนไปเลยตั้งแต่แรกว่าใครเป็นผู้ผ่อนหลัก ใครมีสิทธิ์ในทรัพย์สิน และถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดในอนาคตจะจัดการกันยังไง เพราะเรื่องพวกนี้จะชอบกลายเป็นปัญหาหลังจากซื้อบ้านไปแล้วมากกว่าตอนกำลังตัดสินใจซื้อ

ถ้ากู้ร่วมกับแฟนแล้วเลิกกัน บ้านจะเป็นของใครแล้วต้องทำยังไงต่อ ?

การเลิกกัน หรือ หย่าขาดกัน ไม่ได้ทำให้ภาระหนี้บ้านหายไปโดยอัตโนมัติ ต่อให้ความสัมพันธ์จะจบลงแล้วแต่สัญญากู้ก็ยังคงมีผลอยู่เหมือนเดิมในทางกฎหมาย และทั้งสองฝ่ายก็ยังต้องมีหน้าที่รับผิดชอบตามข้อตกลงที่ทำไว้กับธนาคาร ส่วนเรื่องบ้านจะเป็นของใครนั้น มองว่าขึ้นอยู่กับอะไรหลายๆอย่าง เช่น ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนด ใครเป็นผู้กู้หลัก หรือข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกคืออะไร


กู้บ้านร่วมกับแฟนแล้วเลิกกัน-ทำยังไงดี

ส่วนถ้าเกิดกรณีเลิก หรือ หย่าร้างกันขึ้นมาจริงๆโดยที่มีทั้งผู้กู้และผู้กู้ร่วม ทางออกที่เจอได้บ่อยเลย คือ

  • ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผ่อนต่อและทำเรื่องเปลี่ยนสัญญากู้กับทางธนาคาร

  • ตัดสินใจขายบ้านแล้วนำเงินมาปิดหนี้ด้วยกัน

  • ทำการรีไฟแนนซ์ หรือโ อนภาระหนี้ให้เหลือผู้กู้เพียงคนเดียว แต่ธนาคารก็จะพิจารณาด้วยว่าหากเหลือผู้กู้คนเดียว ผู้กู้จะมีความสามารถในการชำระหนี้ต่อหรือไม่ ถ้าพิจารณาดูแล้วว่าไม่สามารถผ่อนชำระหนี้คนเดียวได้ ผู้กู้จะต้องหาบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดยตรงมายื่นเป็นผู้กู้ร่วมใหม่อีกรอบ


ถ้าผู้กู้ร่วมตกงานหรือผิดนัดชำระ อีกคนต้องรับผิดชอบทั้งหมดไหม ?

ต้องรับผิดชอบแน่นอน เนื่องจากการกู้ร่วมคือการรับผิดชอบร่วมกันทั้งฝ่ายผู้กู้และผู้กู้ร่วม หากทางฝั่งผู้กู้ร่วมตกงานหรือไม่มีเงินมาชำระ ผู้กู้จะต้องชำระยอดต่อเดือนให้กับทางธนาคารเหมือนเดิม


ถ้าคนใดคนหนึ่งเครดิตไม่ดี จะกระทบโอกาสกู้ผ่านอย่างไร ?

ในความเป็นจริงต่อให้ผู้กู้หลักมีรายได้ดีและเครดิตดี แต่ถ้าผู้กู้ร่วมมีประวัติค้างชำระหนี้ มีภาระหนี้สูง หรือเคยมีปัญหาด้านเครดิตมาก่อน เนื่องจากว่าธนาคารจะต้องทำการตรวจสอบและเห็นข้อมูลทางการเงินของผู้กู้ทุกคนที่ยื่นเรื่องเข้ามา ทีนี้ธนาคารก็จะมองแล้วว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะปล่อยสินเชื่อให้


เครดิตกู้ร่วมคิดยังไง

พูดง่ายๆ คือ การกู้ร่วมกันไม่ได้ช่วยเฉพาะเรื่องรายได้ที่เข้ามาเท่านั้น แต่สิ่งที่ธนาคารนำมาพิจารณาก็จะถูกนำมารวมกันด้วย ตัวอย่างเช่น


  • ผู้กู้หลักรายได้ 20,000 บาท/เดือน

  • ผู้กู้ร่วมรายได้ 20,000 บาท/เดือน


แต่ผู้กู้ร่วมมีหนี้ที่ต้องชำระต่อเดือนอยู่ที่ 10,000 บาท ก็จะเท่ากับธนาคารมองว่าผู้กู้ร่วมมีรายได้สุทธิเพียงแค่ 10,000 รวมกัน 2 คนก็จะเป็น 30,000 บาทไม่ใช่ 40,000 บาท


💡 บางครั้งการมีผู้กู้ร่วมไม่ได้แปลว่ามันจะช่วยเพิ่มโอกาสกู้ผ่านเพิ่มขึ้นเสมอไป เพราะการที่ผู้กู้ร่วมมีภาระหนี้สูงหรือมีประวัติเครดิตที่ไม่ดี การยื่นกู้คนเดียวอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นก่อนตัดสินใจกู้ร่วม ควรคุยกันเรื่องภาระหนี้และประวัติทางการเงินของทั้งสองฝ่ายให้เรียบร้อยก่อน ไม่อย่างนั้นบางทีมันอาจจะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารการพิจารณาสินเชื่อยากขึ้นกว่าเดิมจากที่จะง่ายๆ

สรุปแล้ว กู้ร่วมหรือกู้คนเดียว แบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่า

จากข้างต้นทั้งหมดที่เราพูดถึงไป บางทีคำตอบจริงๆของคุณอาจจะไม่ใช่แค่ต้องการรู้ว่า " กู้ร่วมหรือกู้คนเดียว แบบไหนดีกว่ากัน " แต่มันอาจเป็น " ตอนนี้สถานการณ์ของเราเหมาะกับแบบไหนมากกว่า " เพราะว่าบางคนมีรายได้เพียงพออยู่แล้ว การกู้คนเดียวก็อาจเป็นทางเลือกที่คล่องตัวและไม่มีภาระผูกพันธ์มากกว่าในระยะยาว แต่สำหรับบางคน การกู้ร่วมก็เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้บ้านที่เคยคิดว่าเกินกำลัง กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้มากขึ้น


สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะคุณเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการวางแผนทางการเงินให้เหมาะกับตัวเอง เพราะบ้านอาจเป็นทรัพย์สินที่อยู่กับคุณไปอีกหลายสิบปี แต่ผู้กู้ร่วมคือคนที่จะต้องรับผิดชอบหนี้ก้อนนี้ไปพร้อมๆกับคุณเหมือนกัน

หากต้องการดูรายละเอียด บ้านเดี่ยวโคราช ไม่เกิน 2 ล้านบาท คลิกที่นี่ได้เลย


 
 
 

ความคิดเห็น


ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในโพสต์นี้ได้แล้ว เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเจ้าของเว็บไซต์
bottom of page