8 เทคนิค วางแผนซื้อบ้าน หลังแรกยังไงให้ผ่านฉลุย
- 18 ก.ค. 2568
- ยาว 1 นาที

การซื้อบ้านนี่ถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องมีการ วางแผนซื้อบ้าน หลังแรก อย่างละเอียดและรอบคอบเพื่อให้ได้บ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และที่สำคัญมันต้องไม่เป็นสิ่งที่สร้างภาระทางการเงินในระยะยาวให้กับตัวเอง
สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูล แล้วยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมเงิน เตรียมเอกสาร หรือ เลือกทำเลยังไง บทความนี้เราได้รวบรวม วิธีเตรียมตัวซื้อบ้าน แบบเข้าใจง่ายตั้งแต่เทคนิควิเคราะห์ความสามารถในการผ่อน การเช็กบูโร ไปจนถึงขั้นตอนการตรวจรับสัญญา ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูเนื้อหาและรายละเอียดกันเลยดีกว่า ...
สรุปการ วางแผนซื้อบ้าน 4 เรื่องสำคัญที่ต้องเช็กให้พร้อม
ตารางสรุปจุดที่ควรเช็กให้พร้อมก่อนกู้ซื้อบ้าน เพื่อจะได้ประเมินความพร้อมเบื้องต้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ต้องเตรียมตัวเรื่องอะไรบ้าง | สิ่งที่ต้องตรวจสอบหน้างาน | เกณฑ์ความชัวร์ |
การเงินและเงินผ่อน | ยอดที่จะผ่อนบ้านต่อเดือนสอดคล้องกับรายได้ | ไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้รวมต่อเดือน |
ประวัติเครดิต | ตรวจสอบประวัติด้านการเงินและเคลียร์หนี้สินที่ไม่จำเป็น | เครดิตบูโรต้องสะอาด ไม่มีประวัติค้างชำระ |
สภาพแวดล้อม/ทำเล | ระยะทางไปที่ทำงาน โรงเรียน และ ประวัติการมีปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ | ไปดูพื้นที่จริงทั้งช่วงกลางวัน กลางคืน และ ฤดูฝน |
สัญญาและสเปคบ้าน | รายละเอียดแนบท้ายสัญญา สเปค วัสดุ และ ค่าปรับ | อ่านทบทวนทุกบรรทัดก่อนเซ็นรับมอบกรรมสิทธิ์ |
เจาะลึก 8 เทคนิคการ วางแผนซื้อบ้าน เตรียมตัวไวมีชัยกว่าครึ่ง
พอมีเป้าหมายเรื่องอยากซื้อบ้านแล้ว สิ่งต่อไปที่เราควรทำเลยก็คือการทำตามแผนที่วางไว้ เพราะว่ามันจะช่วยลดความเสี่ยงในการกู้ไม่ผ่าน หรือ ปัญหาเรื่องงบที่จะบานปลายในอนาคตได้ดีที่สุด ซึ่งทั้ง 8 หัวข้อที่เราจะพูดถึงนี้ รับรองเลยว่าจะช่วยให้คุณเตรียมตัวซื้อบ้านได้ไวขึ้นจริงๆ
กำหนดงบประมาณ และ วิเคราะห์ความสามารถในการผ่อน

• ตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายต่อเดือน
• คำนวณความสามารถในการผ่อนชำระ (ไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน)
• สำรวจค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าประกันบ้าน ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์
ทริคแนะนำ ทำตามได้ : ให้ลองเข้าไปใช้เครื่องคำนวณสินเชื่อจากเว็บไซต์ธนาคารเพื่อประเมินยอดผ่อนเบื้องต้นได้ก่อนเลย
เช็กเครดิตบูโรและเตรียมเอกสารการเงิน
ก่อนที่จะเดินเข้าธนาคารไปทำเรื่องยื่นกู้ อันดับของความชัวร์สุดๆคือ เราต้องเคลียร์ตัวเองและทำโปรไฟล์ให้ดีที่สุดก่อน อย่างพวกหนี้บัตรเครดิต หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล พวกนี้ต้องเอาออกให้หมด แล้วก็ค่อยรวบรวม เอกสารยื่นกู้บ้านมีอะไรบ้าง มาสแตนด์บาย ไว้ เช่น สลิปเงินเดือนล่าสุด , หนังสือรับรองเงินเดือน ราย Statement ต่ำๆ 6 เดือน

• ตรวจสอบประวัติการเงินและหนี้สินจากเครดิตบูโร
• เคลียร์หนี้สินที่ไม่จำเป็น
• เตรียมเอกสารการเงิน เช่น สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง
เรื่องที่ควรรู้ : ประวัติการเงินที่ดีจะเพิ่มโอกาสในการได้รับสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า
สำรวจทำเลที่เหมาะสม
ถ้าเราจะเช็กเรื่องทำเลที่เหมาะสม ให้ลองดูก่อนว่ามันตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เดินทางสะดวกหรือเปล่า ใกล้โรงเรียน ใกล้ที่ทำงาน ใกล้โรงพยาบาล หรือ แหล่ง Community Mall มากน้อยแค่ไหน

• เลือกทำเลที่ใกล้สถานที่ทำงาน โรงเรียน หรือแหล่งชุมชน
• พิจารณาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ ร้านค้า โรงพยาบาล
• ตรวจสอบแนวโน้มการเติบโตของพื้นที่
ข้อควรระวัง : นอกจากเรื่องเดินทางสะดวกแล้ว อย่าลืมเช็กระดับน้ำท่วมในพื้นที่ ปัญหาน้ำท่วมขัง หรืออาจจะสอบถามคนที่อยู่จริงในบริเวณนั้นไว้ก่อนเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
เลือกประเภทบ้านที่ตรงกับความต้องการ
ก่อนจะเลือกบ้าน ให้เราลองขั่งน้ำหนักก่อนว่าระหว่างบ้านเดี่ยวชั้นเดียว บ้านเดี่ยวสองชั้น รวมถึงพวกบ้านแฝด และ ทาวน์โฮม อะไรที่มันตอบโจทย์กับคนในครอบครัวเรามากที่สุด

• บ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือทาวน์โฮม
• จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่ใช้สอย
• ฟังก์ชันที่จำเป็น เช่น ห้องทำงาน ห้องเก็บของ
ข้อแนะนำ : ถ้าสนใจบ้านสองชั้น ให้พิจารณาการวางตำแหน่งบันไดและการระบายอากาศจะดีที่สุด
ขั้นตอนการเปรียบเทียบโครงการ ยื่นกู้สินเชื่อ และ ตรวจรับเอกสารสัญญา
หลังจากที่เราตัดสินใจเลือกทำเลและแบบบ้านที่ถูกใจแล้ว ต่อไปคือมันก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการทางด้านการเงินที่ต้องดีลกับธนาคารไว้แล้ว ซึ่งส่วนนี้อาจจะเป็นช่วงที่ใช้เวลานานที่สุดเลย เพราะธนาคารต้องตรวจสอบเครดิต ประเมินความสามารถ แล้วคือถ้าเราเตรียมตัวดีก่อนไปยื่น รับรองว่าใช้เวลาไม่นานเลยล่ะ
เปรียบเทียบโครงการ และ ตรวจสอบบ้านก่อนจอง
เราจะขอบอกก่อนเลยว่าสิ่งที่คนซื้อบ้านพลาดมากที่สุดไม่ใช่เรื่องเงิน แต่คือเรื่องการเลือกบ้าน และ สภาพแวดล้อม เพื่อนบ้าน อะไรกลุ่มนี้ต่างหาก ดังนั้นเราเลยอยากแนะนำว่า ถ้ากำลังมองหาบ้านอยู่ ลองเข้าไปดูโครงการอื่นๆให้มากกว่าการดูโครงการเดียวก่อน เพราะว่าบางทีเราจะได้สอบถามกับคนที่อยู่ในพื้นที่บริเวณนั้นจริงๆ แล้วจะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าเสียดายตามหลัง

• เปรียบเทียบข้อเสนอจากโครงการต่างๆ
• ตรวจสอบคุณภาพการก่อสร้าง วัสดุ และรายละเอียดการตกแต่ง
• ดูรีวิวจากผู้ที่เคยซื้อบ้านในโครงการเดียวกัน
สิ่งที่อยากแนะนำ : ลองเข้าไปดูสภาพแวดล้อม การใช้ชีวิตคนในโครงการ สิ่งอำนวยความสะดวก และ บ้านแปลงจริงของโครงการก่อนจะตัดสินใจวางเงินเสมอ
วางแผนการขอสินเชื่อ
ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ด้านการเงินของธนาคาร 2-3 ที่ขึ้นไป เพราะว่าเราจะได้เอาข้อเสนอของแต่ละธนาคารมาเปรียบเทียบกันว่า ธนาคารไหนที่ให้อัตราดอกบอกเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุด แล้วธนาคารไหนมีเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นกับเงินที่เรามี

• เลือกธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยต่ำและเงื่อนไขผ่อนชำระที่เหมาะสม
• ศึกษาประเภทสินเชื่อ เช่น ดอกเบี้ยคงที่หรือดอกเบี้ยลอยตัว
• เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ
ตรวจสอบสัญญาและเงื่อนไขการซื้อขาย
• อ่านสัญญาอย่างละเอียด รวมถึงเงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์
• พิจารณาค่าปรับและข้อผูกพันที่ระบุไว้ในสัญญา
• หากไม่มั่นใจ หรือ มีจุดที่เอ๊ะแว้บเข้ามาในหัว ควรปรึกษาทนายความก่อน
เตรียมค่าใช้จ่ายหลังซื้อบ้าน
นี่คือเรื่องที่คนซื้อบ้านพลาดกันเยอะที่สุดเลย เพราะส่วนใหญ่จะเตรียมเงินไว้พอดีแค่กับค่าดาวน์ผ่อน ค่าผ่อนบ้าน แต่ดันลืมเผื่อเงินสำหรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ตามมาทันทีหลังโอนกรรมสิทธิ์ เช่น มัดจำมิเตอร์น้ำ-ไฟ

• ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าประกันบ้าน และค่าตกแต่งเพิ่มเติม
• ค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซม
ข้อแนะนำที่อยากบอกต่อ : ควรมีเงินสำรองแยกต่างหากไว้ประมาณ 10-20% ของราคาบ้าน เพื่อที่จะได้รองรับงบประมาณบานปลายที่เราอาจจะคาดไม่ถึง
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง : ซื้อบ้านหลังแรกต้องรู้อะไรบ้าง
สรุป การวางแผนซื้อบ้านและเตรียมตัวไว้ดี เพิ่มโอกาสมีบ้านหลังแรกได้ไวขึ้น
การเตรียมตัวซื้อบ้านที่ดีจะช่วยให้คุณได้บ้านที่ตรงใจและไม่ต้องเผชิญปัญหาทางการเงินในอนาคต หวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้การเดินทางสู่การเป็นเจ้าของบ้านในฝันของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น
ณิชชาวีณ์

ความคิดเห็น